
ตามการเปลี่ยนแปลง ของ SET50 Index
SET50 Index Futures เป็นสินค้าแรกของ TFEX และยังเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายสูงสุด โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าสัญญาดังกล่าวอ้างอิง SET50 Index ของตลาดหลักทรัพย์ แต่ในช่วงนี้มีการปรับเปลี่ยนหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET50 Index
SET50 Index Futures เป็นสินค้าแรกของ TFEX และยังเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายสูงสุด โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าสัญญาดังกล่าวอ้างอิง SET50 Index ของตลาดหลักทรัพย์ แต่ในช่วงนี้มีการปรับเปลี่ยนหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET50 Index
ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX จะนำรายละเอียดการปรับเปลี่ยนหุ้นในองค์ประกอบพร้อมทั้งอัพเดทข้อมูลที่ควรทราบของการคำนวณ SET50 Index กันนะครับ
SET50 Index เป็นดัชนีหลักทรัพย์ที่คำนวณจากราคาหุ้นสามัญที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือที่เรียกว่า มาร์เก็ตแคป ซึ่งย่อมาจากคำเต็มที่ว่า Market Capitalization สูง มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีผู้ถือหุ้นเป็นผู้ลงทุนรายบุคคลหรือรายย่อยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายการถือหุ้นไปยังบุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก โดยเลือกหุ้นมาจำนวน 50 ตัว ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวที่ดีสุดจากหุ้นทั้งหมดในตลาด
ดัชนี SET50 จะคำนวณจากราคาของหุ้นทั้ง 50 ตัว โดยถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นแต่ละตัว ซึ่งเป็นแนวทางเดียวมาตรฐานเช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกที่จะสร้างดัชนีเพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนการเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์และใช้ในการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนหรือ Benchmark ของตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง
ทั้งนี้ ราคาหุ้นและสภาพคล่องมีการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะตลาด ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยจะทำการคัดเลือกหุ้นที่เหมาะสมทุกๆ 6 เดือน และประกาศชุดของหุ้น 50 ตัว ที่จะใช้เป็นองค์ประกอบในการคิดดัชนีเป็นการล่วงหน้า
ดังนั้น ในช่วงกลางเดือน มิ.ย.และกลางเดือน ธ.ค. จะมีการประกาศรายชื่อหุ้นที่จะอยู่ในดัชนี SET50 เพื่อจะใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี (ประกาศรอบเดือน มิ.ย.) และช่วงครึ่งปีแรกของปีถัดไป (ประกาศรอบเดือน ธ.ค.) และยังได้มีการเตรียมหุ้นสำรองไว้อีกประมาณ 5 ตัวเป็นสำรอง หรือ Reserve List ไว้ทดแทนหุ้นในกลุ่ม SET50 ตัวใดๆ ที่มีคุณสมบัติที่ไม่สะท้อนสภาพตลาด เช่น ถูกระงับการซื้อขายติดต่อกันเกิน 20 วันทำการ เป็นต้น รวมทั้งหากมีหุ้นเข้าใหม่มาซื้อขายแต่มีคุณสมบัติที่สะท้อนตลาดได้ดี เช่น มาร์เก็ตแคปสูง และมีสภาพคล่องในการซื้อขายเป็นจำนวนมาก ก็จะได้รับการพิจารณานำมาร่วมอยู่ในดัชนี SET50 ระหว่างรอบได้ด้วยเช่นกัน
สำหรับรอบครึ่งหลังของปี 2558 ซึ่งจะเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. ตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับเพิ่มเกณฑ์เรื่องสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายเทียบกับจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทเข้ามาพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มเงื่อนไขให้ครอบคลุมเรื่องของการพิจารณาสภาพคล่องการซื้อขายให้กว้างขวางขึ้น
โดยพบว่าสำหรับรอบครึ่งหลังของปี 2558 องค์ประกอบใน SET50 Index มีหุ้นที่เดิมไม่ได้อยู่ในดัชนี แต่เข้ามาในรอบนี้ใหม่จำนวน 7 ตัว ได้แก่ บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท คาราบาวกรุ๊ป (CBG) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA)
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ยังมีดัชนีประเภทอื่นๆ เช่น SET100 Index และ SETHD ซึ่งจะสะท้อนข้อมูลที่แตกต่างไปจาก SET50 และยังมีคุณสมบัติในการคัดเลือกหุ้นที่จะเข้าเป็นองค์ประกอบที่แตกต่างกัน ผู้ลงทุนที่สนใจและต้องการทราบข้อมูล รวมทั้งรายชื่อของหุ้นที่ปัจจุบันเป็นองค์ประกอบอยู่ในดัชนีแต่ละประเภท สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th) นะครับ







