posttoday
น้ำท่วมกทม. กับผู้(ถูก)ว่า (ตอนที่ 2)

น้ำท่วมกทม. กับผู้(ถูก)ว่า (ตอนที่ 2)

19 มิถุนายน 2558

เพียงต้นฤดูฝน แค่ฝนแรกผู้ว่าฯ กทม.ก็ถูกต่อว่ากันทั่วเมือง อาจจะเป็นเพราะผู้ว่าฯ ไม่อยู่ช่วยชาวเมือง และการประชาสัมพันธ์ช่วงวิกฤตการณ์อ่อนมากๆ จนไปไม่ถึงประชาชน

เพียงต้นฤดูฝน แค่ฝนแรกผู้ว่าฯ กทม.ก็ถูกต่อว่ากันทั่วเมือง อาจจะเป็นเพราะผู้ว่าฯ ไม่อยู่ช่วยชาวเมือง และการประชาสัมพันธ์ช่วงวิกฤตการณ์อ่อนมากๆ จนไปไม่ถึงประชาชน

ที่จริงกรุงเทพฯ เป็นเมืองปลายน้ำ แต่เป็นพวกเราเองที่ก่อสร้างบ้านเรือน หมู่บ้าน ถมคูคลองจนหมดสิ้น แล้วน้ำจะไม่ท่วมได้อย่างไร พื้นที่สีเขียวลายขาวและพื้นที่สีเขียวตามผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่จะให้น้ำท่วมไหลผ่านลงทะเล เหล่าผู้ประกอบการก็ต้องการจะเปลี่ยนสี ต้องการจะสร้างทุกตารางนิ้ว นักการเมืองก็สนองเจตนารมณ์เสียด้วย

อันที่จริงตั้งแต่ปี 2524-2525 มีน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง จนพระเจ้า อยู่หัวพระองค์ท่านได้ทรงแนะวิธีการป้องกันมิใช่ปล่อยให้ท่วมแล้วแก้ มีประเด็นสำคัญคือ สร้างแนวกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริฝั่งตะวันออกยาว 70 กม. ทรงให้คิดถึงการสร้าง “แก้มลิง” หรือ Retention Lake ทุกเขต หรืออยู่ในสวนสาธารณะ และควรจะยกระดับตลิ่งเจ้าพระยาตอนปลายน้ำให้สูงพ้นน้ำทะเลหนุนประมาณ 2.-2.5 เมตร พร้อมกับตั้งเครื่องสูบน้ำช่วย

โครงการทั้งหลาย กทม.ก็ได้จัดทำได้มากแล้ว ทั้งยังเสริมด้วยการสร้างอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินจากแอ่งที่รองรับน้ำใน กทม. ซึ่งมีจุดอ่อนต่ำกว่าระดับน้ำทะเลร่วม 280 จุด อยู่ในทุกเขต (เพราะ กทม.พื้นที่ต่ำมาก เท่าระดับเฉลี่ยน้ำทะเล) และมีจุดวิกฤตในจำนวนนั้นอีก 22 จุด ฝนตกน้ำจะท่วม ต้องปั๊มน้ำออกและต้องไม่ให้น้ำขังเกิน 1 ชม. ถ้าพายุเข้าน้ำเยอะ ต้องปั๊มน้ำออกให้ได้
ไม่เกิน 3 ชม. นี่คือ Spec ของการปฏิบัติการระบายน้ำ

อันที่จริง “วิกฤตของน้ำกรุงเทพฯ ยังไม่มา” เพียงฝนตกต้นฤดูเท่านั้น ฝนจะตกมากๆ อีก 2 เดือนข้างหน้า เดือน ส.ค.-ก.ย.น้ำเหนือก็จะลงมาโดยผ่านกรุงเทพฯ ในเดือน ก.ย.-ต.ค. และจะสูงสุดคือเมื่อถึงเดือน ต.ค.-พ.ย. น้ำทะเลหนุน 3 น้ำจะมารวมกันที่กรุงเทพฯ ก็จะพบว่าน้ำท่วมได้โดยฝนไม่ตก

ดังนั้น “ฝนตกน้ำท่วม เป็นเรื่องของธรรมชาติ” กทม.เมืองปลายน้ำมีการวางแบบดีพอใช้แต่ยังไม่พอ มีหน่วยช่วยเหลือเรียกว่า Best Emergency Service มีมาช่วย ตำรวจเข็นรถ แล้วทำไมประชาชนยังไม่พอใจอีก ก็อาจจะเพราะว่า “ประชาสัมพันธ์ของ กทม.ยังไม่มีประสิทธิภาพ” ไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

กทม.คงต้องกลับไปทบทวนดูการใช้สื่อให้ตรงเป้ากับประชาชนตามเขตวิกฤต แจ้งข่าวน้ำฝนจะเกิดขึ้น น้ำเหนือ น้ำหนุน ให้ข้อมูลความรู้ประชาชน ให้โรงเรียนของ กทม. 400 กว่าโรงเรียน สอนเด็กๆ ว่าจะทำอย่างไร เพราะนี่คือสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของเมืองเรา

ในระยะยาวต้อง “ป้องกัน” ให้มากกว่า “แก้ไข” ผังเมืองจะช่วยได้มาก ห้ามสร้างในเขตน้ำผ่านเด็ดขาด ต้องเพิ่มสวนสาธารณะและแก้มลิงในตัวทุกเขตเป็น KPI ของผู้อำนวยการเขต ยิ่งกว่านี้ คือ “สนับสนุนให้มี Sky walk ต่อเชื่อมเขตชั้นในและ CBD ทุกแห่ง ฝนตกมากๆ อย่าให้ขับรถมาทำงาน จอดไว้ที่ Park & Ride และใช้ขนส่งมวลชนซึ่งกำลังจะมีมากขึ้น เราก็จะอยู่ใน กทม.เมืองปลายน้ำได้อย่างมีความสุข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท