
‘แอมเวย์’ ปรับใหญ่ ชูดิจิทัลหนุนนักขาย
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลกทำให้ยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจขายตรง อย่าง “แอมเวย์” ต้องเร่งปรับตัว โดยต้องพยายามหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาเพื่อรักษาฐานลูกค้า พร้อมกับเพิ่มกำลังซื้อจากลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่
ไมเคิล เคเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการแอมเวย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับทศวรรษใหม่ โดยจะใช้สื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานระดับโลก ระดับประเทศ จากก่อนหน้านี้ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรแกรมการขาย เพื่อให้นักธุรกิจอิสระสามารถดำเนินธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการใช้ดิจิทัลในการพัฒนาระบบซัพพลายเชน และการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้งบลงทุน 332 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงาน และศูนย์วิจัย 5 แห่ง และเตรียมเปิดศูนย์การวิจัยและพัฒนาทางสมุนไพรของเอเชียที่ประเทศจีน
ด้าน กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลายเป็นเทรนด์ของโลกไปแล้วที่คนรุ่นใหม่นั้นไม่ต้องการลูกจ้างและนิยมเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง ต้องการเปิดร้านขายกาแฟ ขายสินค้าบนเว็บไซต์ หรือบนอินสตาแกรม ขณะเดียวกันก็มองหาช่องทางอื่นที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจการขายตรงซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญ
นอกจากนี้ พฤติกรรมการเลือกใช้สินค้าของคนเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมที่ใช้สินค้าแยกตามความพอใจในแต่ละแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้สินค้าเป็นโซลูชั่นมากขึ้น อย่างเช่นคนเกาหลีใต้นิยมทำอาหารรับประทาน แต่การขายสินค้าของแอมเวย์ไม่ได้เน้นไปที่เครื่องครัว แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงประสบการณ์ที่ดีในการทำครัวไปจนถึงอาหารที่ทำออกมาต้องอร่อย และทำให้มีสุขภาพที่ดี ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของโลก
“เมื่อก่อนคนที่ต้องการประกอบธุรกิจขายตรงของแอมเวย์ ส่วนใหญ่จะมีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 18-35 ปี ซึ่งมีมากถึง 1 ใน 3 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” กิจธวัช กล่าว
ปัจจุบันบริษัทยังได้แนะนำผลิตภัณฑ์รวมทั้งเครื่องมือสนับสนุนการขายภายใต้ชื่อ บิวตี้ฟอร์มี เจาะกลุ่มคนต้องการดูแลตัวเอง, กู๊ดเดย์ฟอร์ยู เพื่อเจาะคนรักสุขภาพ และวีอาร์แอมเวย์ เจาะผู้มองหาโอกาสทางธุรกิจ







