
ธปท.แจงเกณฑ์สินเชื่อบุคคล
ธปท.เรียก 34 บริษัทสินเชื่อส่วนบุคคลแจงเกณฑ์ บางรายห่วงกฎหมายคุมดอกเบี้ย 15%
ธปท.เรียก 34 บริษัทสินเชื่อส่วนบุคคลแจงเกณฑ์ บางรายห่วงกฎหมายคุมดอกเบี้ย 15%
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห&O3242;งประเทศไทย (ธปท.) เป&O3233;ดเผยหลังเชิญผู&O3243;ประกอบธุรกิจสินเชื่อส&O3242;วนบุคคลภายใต&O3243;การกํากับ (P-Loan) 34 ราย หารือแนวทางการกำกับดูแลว่า มีผู้ประกอบการแสดงความกังวลเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ว่าจะกระทบต่อการให้สินเชื่อส่วนบุคคลไปด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ ธปท.อนุญาตให้ผู้ประกอบการคิดจากผู้บริโภคได้อยู่ที่ 28% ต่อปี หรือสูงกว่า พ.ร.บ.ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 ที่กำหนดไม่เกิน 15% ต่อปี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังเสนอให้แก้นิยามของคำว่าดอกเบี้ยใหม่ โดยให้รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าบริการที่เรียกเก็บด้วย อย่างไรก็ตาม ธปท.ขอศึกษาในรายละเอียดก่อนว่ากฎหมายดังกล่าวมีผล
กระทบต่อผู้ประกอบการหรือไม่
“ยอมรับว่าการชี้แจงในวันนี้ มีผู้ประกอบการกังวล สอบถามเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ห้ามคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเกิน 15% ต่อปี ที่ดีเอสไอกำลังจะเสนอขอแก้ไขอยู่เหมือนกัน เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่เราให้คิดอยู่คือไม่เกิน 28% ปี แต่การดูแลสินเชื่อส่วนบุคคลของ ธปท.มีกฎหมายที่ถูกต้องรองรับ ส่วนผลกระทบต่อการแก้ไขกฎหมายของดีเอสไอจะมีผลอย่างไรหรือไม่ ขอศึกษาในรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน” นายรณดล กล่าว
สำหรับการหารือเรื่องแนวทางการกำกับดูแลนั้น ธปท.ได้ทำความเข้าใจกับผู้แทนบริษัทที่ประกอบธุรกิจแล&O3243;ว 29 ราย และยังไม่ดําเนินธุรกิจ 5 ราย ให้รับทราบหลักเกณฑ์การทำธุรกิจปล่อยกู้ P-Loan ที่ถูกต้อง เช่น ปล่อยกู้ได้ทั้งกับผู้กู้ที่ไม่มีวัตถุประสงค์ และการขอกู้ที่มีวัตถุประสงค์นำเงินไปประกอบอาชีพ รวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ให้เป็นธรรมและเป็นไปตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ได้อนุมัติการขยายวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อ P-Loan ให้ครอบคลุมถึงการให้สินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพของตนเองได้ โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุดได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ หากพิจารณา Proven Record ที่ชัดเจนของผู้ขอกู้ได้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 28% ต่อปี ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยของนาโนไฟแนนซ์อยู่ที่ไม่เกิน 36% ต่อปี ซึ่งการอนุมัติปรับปรุงร่างประกาศกระทรวงการคลัง โดยกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคล และนาโนไฟแนนซ์ มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้บริการ P-Loan ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงกว่า 28% ต่อปี
น.ส.สุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ธปท.ได้เชิญผู้ประกอบการทำความรู้จักผู้อำนวยการ ธปท.คนใหม่ที่เข้ามากำกับดูแล พร้อมทำความเข้าใจหลักเกณฑ์อีกครั้ง เพราะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นที่อาจยังสับสนหลักเกณฑ์ระหว่างสินเชื่อบุคคลกับนาโนไฟแนนซ์ที่ใช้กฎหมายคนละฉบับ
ทั้งนี้ ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้มีคอลเซ็นเตอร์ หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า เพราะที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับบริการมาที่ ธปท.จำนวนมาก ซึ่ง หากมีศูนย์ร้องเรียนจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้ดีกว่า พร้อมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ที่อาจจะมีผลกับการเก็บค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ด้วย
นอกจากนี้ ธปท.ยังขอให้นำส่งงบการเงินถี่ขึ้น จากเดิมรายปี เป็นรายไตรมาส ซึ่งเข้าใจว่าต้องการติดตามสถานะอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง ซึ่งอาจกระทบบ้างกับบริษัทขนาดเล็ก
ทั้งนี้ ไม่กังวลกรณีดีเอสไอจะแก้กฎหมายดอกเบี้ย เพราะธปท.ชี้แจงแล้วว่า บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลมีกฎหมายบังคับใช้เฉพาะ โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคล คิดดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% และคิดค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 28% ต่อปี







