posttoday
รัฐบาลเดินหน้ารัฐสวัสดิการ

รัฐบาลเดินหน้ารัฐสวัสดิการ

04 กรกฎาคม 2553

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าการเดินหน้ารัฐสวัสดิการของรัฐบาลเป็นประเด็นที่น่าสนใจ หลังจากที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่ง กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเรื่องการให้บริการขั้นพื้นฐานฟรีแก่ประชาชนเป็นมาตรการระยะยาว ได้แก่ เรื่องค่าไฟฟ้า ค่ารถโดยสาร และค่ารถไฟฟรี หลังจากที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. อนุมัติให้ต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนออกไปถึงสิ้นปี ได้แก่ กรณีค่าไฟฟ้าฟรี สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 ยูนิตต่อเดือน ที่มีผลต่อประชาชนกว่า 9 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชนบท รถเมล์ฟรี และรถไฟชั้น 3 ฟรี รวมถึงการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ออกไปจนถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2554

สำหรับกรณีการตรึงราคาแอลพีจีนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปแยกแยะปริมาณการใช้ก๊าซของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ให้ชัดเจน ได้แก่ ภาคอุตสาห กรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และภาคครัวเรือน เพื่อสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซหุงต้มที่ผลิตในประเทศซึ่งจะมีราคาถูกกว่า ส่วนภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะให้ใช้ก๊าซที่อิงราคาตลาดโลก

ด้าน มั่น พัธโนทัย รมช.คลัง เสนอแนวคิดลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยประเมินว่าถ้าให้ลดภาษีลิตรละ 1 บาท เป็นเวลาครึ่งปี จะทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตน้ำมันหายไปประมาณ 1.25 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในภาพรวมมากนัก เนื่องจากในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตสามารถเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้เกินกว่าเป้าหมายแล้วถึง 5,000 ล้านบาท โดยทั้งปีคาดว่าจะได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ถือว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเฝ้าจับตา หากเห็นว่าราคาน้ำมันพุ่งเกินลิตรละ 30 บาท ก็คาดว่าน่าจะเสนอเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอีกที

nnnnnnnnn

กระทรวงการคลังยังได้เดินหน้าเรื่องการแก้หนี้นอกระบบของลูกหนี้ที่คุณสมบัติผ่านการพิจารณาปล่อยกู้ได้ 2 แสนราย โดยสั่งการให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เร่งโอนหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบภายในเดือน ก.ค.นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน ส.ค. 2553 โดยสิ่งที่จะดำเนินการต่อไป คือ การดูแลไม่ให้ลูกหนี้กลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก รวมถึงการหามาตรการช่วยลูกหนี้อีก 3 แสนราย ที่ยังไม่ผ่านขั้นตอนการเจรจาว่าเกิดจากเหตุผลใด ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด 1 ล้านราย จะได้รับการดูแลจากรัฐบาล

nnnnnnnnn

ล่าสุด กระทรวงการคลังได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2553 เพิ่มขึ้นเป็น 5.5% ต่อปี โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 5–6% ต่อปี มากกว่าที่คาดการณ์เดิม ณ เดือน มี.ค. 2553 ที่ 4.5% ต่อปี โดยได้มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกปี 2553 ที่ขยายตัวสูงถึง 12% ต่อปี ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เร็วกว่าที่คาด โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าใหม่ในเอเชีย ที่ส่งผลให้การส่งออกในปี 2553 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราสูง นอกจากนั้นการใช้จ่ายภายในประเทศในปี 2553 ทั้งการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน

nnnnnnnnn

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวในกรอบแคบตามปัจจัยในต่างประเทศเป็นหลัก ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อนำในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร จากแรงหนุนเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทย อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นก็เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวลดลงในวันอังคารและวันพุธ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารออกมา ฉุดให้ดัชนีปิดต่ำกว่า 800 จุด แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศหลายตัวจะออกมาดีทั้งการส่งออกและดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ส่วนในวันพฤหัสบดีตลาดหุ้นไทยปิดทำการ เนื่องในวันหยุดครึ่งปีของสถาบันการเงิน หลังเปิดทำการในวันศุกร์ ดัชนีหุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง นำโดยกลุ่มธนาคารและไอซีทีช่วยหนุนให้ดัชนีสามารถยืนเหนือระดับ 800 จุดได้ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังไม่สามารถปรับขึ้นได้มาก เนื่องจากยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ