posttoday
เคปแอนด์แคนทารี ปั้นแบรนด์บูติกโฮเต็ลเพิ่ม

เคปแอนด์แคนทารี ปั้นแบรนด์บูติกโฮเต็ลเพิ่ม

18 มิถุนายน 2558

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การสร้างแบรนด์โรงแรมที่แข็งแกร่งมีส่วนสำคัญทำให้โรงแรมอยู่ได้ในระยะยาว ยิ่งเป็นเครือโรงแรมด้วยแล้วยิ่งมีส่วนมาก เพราะมีโรงแรมหลายแห่ง หากคนรู้จักแบรนด์ก็จะได้อานิสงส์ทั่วทุกแห่ง

ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการ เคป แอนด์ แคนทารี เปิดเผยว่า เดิมใช้ชื่อบริษัทว่า เครือเกษมกิจ โฮเทลส์ แต่ชื่อนี้ไม่สะท้อนความเป็นเครือโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ชัดเจน จึงเปลี่ยนมาใช้ เคป แอนด์ แคนทารี เพื่อให้ชื่อบริษัทเข้าถึงตัวแบรนด์มากขึ้น และพยายามดำเนินการหลายอย่างเพื่อสะท้อนความเป็นเครือโรงแรมมากขึ้น เช่น เปิดสายด่วน 1667 ให้สอบถามทางไปโรงแรม แจ้งปัญหาโรงแรมทุกแห่งในเครือด้วยเบอร์เดียว

สำหรับ 5 ปีจากนี้ มีแผนใช้เงินลงทุนรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ขยายโรงแรมและร้านอาหารในเครือ โดยจะมีโรงแรมใหม่เพิ่มขั้นต่ำ 4-5 แห่ง ทั้งแบรนด์เคป แคนทารี และแบรนด์ใหม่

โครงการที่เตรียมเปิดตัวแล้ว คือ แคนทารี 304 โฮเทลส์ ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม 304 ขนาด 230 ห้อง ใช้เงินลงทุน 800 ล้านบาท ทดลองเปิดไป 15 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่จะเปิดเป็นทางการปลายปีนี้ โครงการต่อไป คือ โรงแรมเคป และโรงแรมแคนทารี ตั้งบนพื้นที่ 15 ไร่ ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยากลาง จ.ชลบุรี มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับการประเมินทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว วางแผนเปิดบริการปลายปี 2559 หรือต้นปี 2560

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดแบรนด์โรงแรมใหม่อีกแบรนด์ เป็นโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูติก โฮเต็ล) 4 ดาว เริ่มต้นทำโรงแรมแบรนด์นี้ทางภาคใต้ก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างวางแนวคิดโรงแรม รวมทั้งสรุปชื่อแบรนด์ ที่ผ่านมาตั้งไว้หลายชื่อแต่ยังไม่ลงตัว คาดว่าไตรมาส 3 ปีหน้าจะได้เห็นโรงแรมนี้เกิดขึ้น

ธีรวัลคุ์ กล่าวว่า มีแผนขยายคาเฟ่ แคนทารี ร้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ในเครือควบคู่ไปกับโรงแรม จะมีทั้งเปิดร้านภายในโรงแรมและลงทุนเปิดร้านในพื้นที่ใกล้เคียงโรงแรม เนื่องจากคำนึงเรื่องการขนส่ง ต้องการให้คาเฟ่ แคนทารี มีอาหารสดใหม่ จึงต้องเน้นทำเลใกล้โรงแรม ขนส่งสะดวกเป็นหลัก ปัจจุบันคาเฟ่ แคนทารี เปิดแล้ว 8 สาขา ได้แก่ ภูเก็ต เขาหลัก ศรีราชา ระยอง พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ บางแสน และ 304 ปราจีนบุรี

ขณะที่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเกิดปลายปีนี้ ทำให้บริษัทสนใจขยายโรงแรมในประเทศอาเซียน แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยออกไปลงทุนโรงแรมในต่างประเทศเลย พยายามศึกษาและหาพันธมิตร 2-3 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ดีลที่ลงตัว คาดว่าคงใช้เวลาอีก 2-3 ปี จึงได้เห็นการออกไปต่างประเทศ ซึ่งจะขยายทั้งแบรนด์ เคปและแคนทารี

ธีรวัลคุ์ กล่าวว่า เริ่มมาช่วยคุณพ่อดูแลเคปแอนด์แคนทารี ตั้งแต่อายุ 26 ปี ถึงวันนี้รวม 7 ปีแล้ว ซึ่งหลักการทำงานจะเน้นใช้ประสบการณ์ที่ตัวเองชอบจากการเดินทาง มาพัฒนาการออกแบบ การบริการในโรงแรม โดยโรงแรมที่มีส่วนในการดูมากที่สุดคือ เคป นิทรา หัวหิน เพราะเป็นโครงการที่คุณพ่อนำที่ดินเปล่ามาให้ และให้ดูแลทุกอย่างเองตั้งแต่เริ่มโครงการ ประสานงานทุกอย่างเองทั้งหมด ส่งผลให้เรียนรู้เข้าใจธุรกิจโรงแรมมากขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ด้านหลักการทำโรงแรมคุณพ่อสอนโดยตลอดว่าการทำอสังหาริมทรัพย์อย่าคิดว่าซื้อที่ดินก่อนแล้วค่อยคิดว่าอยากทำอะไรบนที่ดินนั้น มีคนล้มเหลวมามากแล้ว แต่ต้องคิดก่อนว่าตลาดขาดอะไร จากนั้นค่อยหาซื้อที่ดินที่เหมาะกับการทำก็ได้ หรือถ้ามีที่ดินอยู่แล้วแต่ทำเลไม่เหมาะสม ก็ให้ขายที่ดินเดิมไปซื้อที่ดินผืนใหม่ที่เหมาะจะดีกว่า ขณะที่การบริหารจัดการโรงแรมจะไม่พูดถึงเรื่องเงินก่อน เชื่อว่าหากบริษัทอยากได้กำไร ต้องมาจากการมีสินค้าและบริการที่มีคุณภาพก่อน ไม่ใช่การลดต้นทุน

“ทุก 4 เดือนจะสลับกับคุณพ่อเดินสายประชุมกับผู้จัดการโรงแรมในพื้นที่โรงแรมนั้นเลย เพราะเชื่อว่าหากให้ผู้จัดการรายงานผลการดำเนินงานโรงแรม แล้วผู้บริหารเป็นผู้ฟังอย่างเดียว จะไม่เห็นภาพเลยว่าสภาพโรงแรมเป็นอย่างไร เช่น สระว่ายน้ำโทรมแล้วหรือยัง ต้นไม้ตายไปมากแค่ไหน แต่เมื่อไปเองจะได้เห็นและเร่งปรับปรุง” ธีรวัลคุ์ กล่าว

ทั้งนี้ คนอาจเชื่อว่าถ้าทำการตลาดดี ธุรกิจโรงแรมจะดีได้ แต่หัวใจสำคัญคือผลิตภัณฑ์ต้องดี การนำเสนอโรงแรมเคป จะต้องเป็นโรงแรมที่คนมาแล้วอยากกลับมาซ้ำอีก ไปแล้วรู้สึกว่ามีเสน่ห์เกือบทุกครั้ง เช่น เคป พันวา ไปแล้วจะหลงรักชายหาดส่วนตัว บริการที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน พนักงานจำชื่อลูกค้าได้ ขณะที่แคนทารีมีจุดเด่นเรื่องทำเลดี คนที่มารู้สึกดีเหมือนอยู่บ้านโดยที่จ่ายราคาไม่แพง

ธีรวัลคุ์ กล่าวว่า ภาพรวมอัตราเข้าพักเฉลี่ยรวมทั้งเครือปีนี้น่าจะเพิ่ม 8-10% จากปีที่ผ่านมา หรือมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 85-90% พื้นที่ที่ยอดเข้าพักดีมาก คือ หัวหิน เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนพื้นที่ที่ยอดเข้าพักอาจลดลงบ้าง คือ ศรีราชา เนื่องจากมีคู่แข่งเข้ามามากขึ้น ปัจจัยนี้เองทำให้บริษัทพับโครงการโรงแรมที่ศรีราชา ที่เดิมวางแผนไว้ว่าจะเพิ่มอีก 1 แห่ง เพราะไม่มั่นใจ

การทำธุรกิจโรงแรมไม่ได้ง่ายเหมือนที่ใครๆ คิดว่าแค่สร้างตึก มีห้องพัก จ้างพนักงานก็เปิดโรงแรมได้ แต่มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้ดูแลตลอดเวลา หากต้องการอยู่ในธุรกิจโรงแรมระยะยาวและบริหารจัดการโรงแรมเอง ไม่ได้จ้างเครือโรงแรมมืออาชีพดูแลให้ ต้องใส่ใจรายละเอียดให้มาก เพียงเท่านี้แบรนด์โรงแรมไทยก็ต่อกรกับแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน