
‘กัมพูชา’ ตลาดที่ไทย มองไม่เห็น
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
ที่ผ่านมาความร้าวฉานทางการเมืองระหว่างไทยกับกัมพูชามีมาโดยลำดับ กัมพูชาจึงเป็นตลาดที่ไทยหวาดกลัว เป็นตลาดที่นักธุรกิจไม่ค่อยให้ความสนใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะกำลังซื้อค่อนข้างต่ำเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักธุรกิจส่วนใหญ่มองข้ามและไม่กล้าเสี่ยง
ในความเป็นจริงแล้ว นับตั้งแต่กัมพูชาเป็นสมาชิก WTO มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 เศรษฐกิจและการค้าของกัมพูชาก็เติบโตขึ้นมี GDP อยู่ที่ระดับ 7-8% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าอัตรานี้ยังคงระดับอย่างนี้ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี แม้จะยังคงรั้งตำแหน่งประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย แต่อัตราความยากจนก็เริ่มลดลง
จีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตไทยฝ่ายการพาณิชย์ กล่าวว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปอีก 3-5 ปี จะเป็นช่วงที่อสังหาริมทรัพย์เติบโต เช่น ธุรกิจบริการอย่างห้างค้าปลีกของญี่ปุ่น เกาหลี และมาเลเซีย แสดงให้เห็นว่าคนกัมพูชามีกำลังซื้อ คนมีงานทำ มีรายได้เพิ่มขี้นกันทุกคน ปัจจุบันยังไม่ค่อยมี SMEs ไทยเข้ามาลงหลักปักฐานทำธุรกิจในกัมพูชากันมากเท่าไร คนไทยมีโอกาสมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการก่อสร้างต่างๆ หมู่บ้าน คอนโดมิเนียม คนกัมพูชาขาด Know-how
การเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ควรเริ่มจากการไปเที่ยว เพื่อปรับทัศนคติ ลดความหวาดระแวง ควรเดินทางเข้ามาดูช่องทางสักระยะ แล้วพิจารณาโอกาสมีอะไรบ้างที่สอดคล้องกับจุดแข็งของไทย ธุรกิจที่น่าลงทุนในกัมพูชานอกจากการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจร้านขายอาหารซึ่ง SMEs ไทยมีความเก่งและถนัดมาก คนกัมพูชาชอบอาหารไทยเพราะรสชาติใกล้เคียงกัน อีกสิ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ สินค้าโอท็อปแฮนด์เมดที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นของขวัญของที่ระลึก จึงเป็นโอกาสของนักธุรกิจชาวไทยในการเข้ามาพัฒนาสินค้าของที่ระลึกในกัมพูชา
ส่วนอีกธุรกิจในกรอบ CMLV ที่มีความคลึงกัน ได้แก่ สินค้าอุปโภค บริโภค ของใช้ประจำวันใช้แล้วหมดไป (Fast Moving Consumer Good : FMCG) เป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยนำเข้ามาในกัมพูชาโดยครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 40% ด้วยความสะดวกทางด้าน Logistics ที่มีพรมแดนติดต่อกันยาวถึง 800 กิโลเมตร โดยที่ไลฟ์สไตล์ของคนในกัมพูชาเริ่มเปลี่ยน แปลงไป การใช้ชีวิตจะหรูหราขึ้น จากผลพวงของวัฒนธรรมข้ามชาติประกอบกับชนชั้นกลางของกัมพูชาที่เป็นคนรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur) ที่มีผลทำให้ Life Style ของคนกัมพูชาเปลี่ยนแปลงไป
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า นักธุรกิจไทยไม่ควรมองข้ามโอกาสอันดีงามของกำลังซื้อและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมกัมพูชา เพราะเราเป็นประเทศที่ใกล้กันมาก อีกทั้งไทยยังมีจุดแข็งโดดเด่นหลายด้านทั้งคุณภาพสินค้า เพียงปรับทัศนคติของนักธุรกิจไทยที่มีต่อกัมพูชาเป็นอันดับแรก ให้ลืมเรื่องราวในอดีต และหันมามองกัมพูชาอย่างมิตรเพื่อนบ้านที่มีทรัพยากรมีค่าคือชาวกัมพูชารุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อต้อนรับสินค้าและบริการ ตลอดจนความรู้ในนวัตกรรมใหม่ๆ จากไทยแลนด์บ้านเรา







