
‘ไบท์คลับ’ สตาร์ทอัพอินเดีย ส่งอาหารให้ทันยุค
ทุกวันนี้มีธุรกิจส่งอาหารที่สั่งออร์เดอร์ทางออนไลน์มากมาย เช่น ฟู้ดแพนดาจากจีน
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
ทุกวันนี้มีธุรกิจส่งอาหารที่สั่งออร์เดอร์ทางออนไลน์มากมาย เช่น ฟู้ดแพนดาจากจีน เมื่อเรากำลังอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย“ไบท์คลับ” ธุรกิจเกิดใหม่ในอินเดียเป็นธุรกิจส่งอาหารที่รับออร์เดอร์ทางออนไลน์เช่นเดียวกัน
แต่ความพิเศษของ “ไบท์คลับ” ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
ธุรกิจดังกล่าวเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารทางแอนดรอยด์ในเดือน พ.ค. 2014 ด้วยความหลงใหลในอาหารของอูชิม ครีชาน อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารบาร์เคลย์ในสิงคโปร์ ซิดห์ฮาร์ด ชาร์มา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์ และประทีค อการ์วัล ผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานเว็บไซต์มาก่อน
ไบท์คลับเปิดธุรกิจด้วยเงินทุนจากโปไวเลคเวนเจอร์ส บริษัทเงินทุนที่มีสตาร์ทอัพเป็นกลุ่มเป้าหมายของอินเดีย ด้วยเงินเริ่มต้น 5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 16.5 ล้านบาท)
ประทีค เปิดเผยว่า สังคมของอินเดียกำลังอยู่ในช่วงบรรจบกันของความเป็นเมือง เช่น การเพิ่มขึ้นของบริโภคนิยม ความต้องการเวลา และผู้หญิงทำงาน กับผู้คนที่กำลังร่ำรวยขึ้น ส่งผลให้ผู้คนมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นตามไปด้วย
ประกอบกับการมาถึงของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่งผลให้ภาคส่วนการสั่งอาหารด้วยแอพพลิเคชั่นส่งถึงมือลูกค้าเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในปัจจุบัน “ไบท์คลับ” มีพนักงานทั้งหมด 20 คน ซึ่งยังไม่รวมถึงพนักงานส่งอาหาร วิศวกรไอทีและฝ่ายการตลาด โดยภายหลังจากเริ่มเปิดตัวได้เพียง 3 เดือน “ไบท์คลับ” มีออร์เดอร์เข้ามามากถึง 6,000 ออร์เดอร์ จากลูกค้า 1,200 คน และในแต่ละวัน “ไบท์คลับ” ก็ส่งอาหารมากราว 250-300 ออร์เดอร์เลยทีเดียว
“ไบท์คลับ” เรียกตัวเองว่าเป็นธุรกิจโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและร้านอาหารด้วยเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม อาหารที่ธุรกิจเกิดใหม่ดังกล่าวจะส่งและเสิร์ฟให้ลูกค้า ต้องเป็นอาหารโฮมเมดที่มีคุณภาพ ได้สุขภาพ และสดใหม่ให้กับลูกค้า
“ไม่เหมือนร้านอาหารอื่นๆ เพราะอาหารของพวกเราเป็นอาหารโฮมเมดที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นลูกค้าจะไม่รู้สึกผิดหวังที่สั่งอาหารกับเราและสั่งอาหารเข้ามาอีก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงมียอดการสั่งซื้อซ้ำมากมายที่เพิ่มขึ้น 5 เท่าใน 1 เดือน” ประทีค กล่าว
ดังนั้น คุณภาพของอาหารไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารค่ำ ของหวาน และเครื่องดื่มที่จะเสิร์ฟ จึงเป็นข้อได้เปรียบประการแรกของ “ไบท์คลับ” และอาหารเหล่านั้นก็ไม่ได้หยุดที่ออกจากฝีมือเชฟตามภัตตาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นฝีมือของแม่บ้านพ่อบ้าน บล็อกเกอร์สูตรอาหารชื่อดังและอดีตเจ้าของร้านอาหาร โดยในปัจจุบัน “ไบท์คลับ” มีเชฟที่ติดต่อด้วยมากกว่า 100 คน ซึ่งล้วนเป็นเชฟที่มีประสิทธิภาพพอจะทำร้านอาหารของตัวเองทั้งสิ้น
“ความตั้งใจของเราคือการแก้ปัญหาคำถามที่ว่า ‘เย็นนี้กินอะไรดี’ สำหรับคนทำงานและครอบครัว พวกเราจะทำให้มั่นใจได้ว่า มื้ออาหาร ขนม และเครื่องดื่มส่งตรงจากครัวของเชฟ บล็อกเกอร์อาหาร อดีตเจ้าของร้านอาหารและเชฟผู้เชี่ยวชาญ” ประทีค กล่าว
กระบวนการทำงานของไบท์คือ เมื่อผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเลือกสั่งอาหาร ออร์เดอร์เหล่านั้นจะส่งตรงไปยังเชฟที่ทางไบท์คลับติดต่อไว้ ก่อนที่ไบท์คลับจะดำเนินการจัดส่งให้ถึงประตูบ้านของลูกค้า
ข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากอีกประการหนึ่งของ “ธุรกิจโลจิสติกส์” อาหารดังกล่าว คือ เทคโนโลยี หลังจากที่แอพพลิเคชั่นบนแอนดรอยด์ประสบความสำเร็จและมีออร์เดอร์เข้ามามากกว่า 5,000 ออร์เดอร์ ไบท์คลับจึงได้ขยายไปรุกตลาดผู้ใช้ไอโฟนด้วยการออกแอพพลิเคชั่น ระบบไอโอเอส
“ข้อแข็งแกร่งของพวกเราคือเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม สำหรับพวกเราธุรกิจนี้เป็นมากกว่าเทคโนโลยี และยังเป็นมากกว่าอาหาร พวกเรารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ห่วงโซ่อาหารดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ” ประทีค กล่าว
นอกจากนี้แล้ว ไบท์คลับยังใช้ข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากรายใหญ่อื่นๆ อีก เช่น การไม่มีออร์เดอร์ขั้นต่ำและเปลี่ยนเมนูอยู่เป็นประจำ
ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หรือหลังจากเริ่มต้นธุรกิจได้เพียง 6 เดือน ทางไบท์คลับเสิร์ฟอาหารไปแล้วมากถึง 2.5 หมื่นออร์เดอร์ ให้แก่ลูกค้า 2,000 คน โดยเริ่มขยายเมนูจากอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นอาหารมื้อประหยัด ที่มาพร้อมของหวานและเครื่องดื่ม
แม้ในปัจจุบัน “ไบท์คลับ” จะเปิดบริการแค่เพียงในเมืองคูร์เคาน์ ทางตอนใต้ของกรุงนิวเดลี แต่อีกไม่นานธุรกิจดังกล่าวจะขยายการให้บริการไปกรุงนิวเดลีและนอยดา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกรุง
นิวเดลีเช่นเดียวกัน
จุดแข็งของ 'ไบท์คลับ'
1.รู้จักและมองภาพรวมของตลาด
2.ก้าวทันเทคโนโลยี
3.เข้าใจความต้องการผู้บริโภค
4.รู้จักคู่แข่งและมองหาการบริการที่ดีกว่าคู่แข่ง







