
แบงก์ยันกำไรไม่หด เพิ่มสำรองรับมือเงินฝากไหลออก
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เจอต้นทุนดำเนินงานเพิ่มเป็นระยะ จากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินของ Basel Committee on Banking (เกณฑ์บาเซิล 3) ตั้งแต่การเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี เปลี่ยนนิยามการจัดชั้นหนี้ ฯลฯ และล่าสุดก็ใช้เกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559
ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เจอต้นทุนดำเนินงานเพิ่มเป็นระยะ จากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินของ Basel Committee on Banking (เกณฑ์บาเซิล 3) ตั้งแต่การเปลี่ยนมาตรฐานบัญชี เปลี่ยนนิยามการจัดชั้นหนี้ ฯลฯ และล่าสุดก็ใช้เกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องใหม่ ที่จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศถึงธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. กำหนดหลักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรง (Liquidity Coverage Ratio หรือ LCR) ซึ่งเป็นเกณฑ์ใหม่ที่ ธปท.กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วเพียงพอที่จะรองรับภาวะวิกฤตที่เงินอาจจะไหลออกรุนแรงตามแหล่งที่มาของเงินและภาระผูกพันต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมการถอนเงินของผู้ฝากเงิน ที่อาจเป็นปัญหาต่อสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงินนั้นหมายความรวมทั้งเงินฝากและเงินกู้ที่จะออกไปในระยะ 30 วัน หลังจากนั้นให้สำรองสภาพคล่องตามจำนวนนั้นให้ครบ 100%
สมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า การบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ในเดือน ม.ค. 2559 นี้ ธปท.กำหนดให้กัน 60% ของจำนวนเงินที่คาดว่าจะไหลออกก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นปีละ 10% จนกันครบทั้ง 100% ในปี 2563
ทั้งนี้ เกณฑ์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้ดำรงองค์ประกอบของสินทรัพย์สภาพคล่อง (Reserve Requirement) ตามฐานเงินฝากที่ 6% ซึ่งให้นับได้ทั้งเงินฝากที่ ธปท. เงินฝากที่ศูนย์เงินสด เงินฝากที่ธนาคารเองและหลักทรัพย์ที่ปราศจากภาระผูกพันที่ ธปท.กำหนด
“อัตราการกันสำรองแต่ละประเภทของเงินฝาก คือเงินฝากรายย่อยหรือบัญชีเงินฝากบุคคลธรรมดาให้กัน 5-10% ส่วนเงินฝากของธุรกิจเอกชนรายใหญ่หรือบัญชีนิติบุคคลให้กัน 5-40% เหตุที่เงินฝากรายใหญ่ต้องสำรองอัตราสูงกว่าเพราะพฤติกรรมของรายใหญ่จะอ่อนไหวมากกว่า เพราะวงเงินสูงเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรมักถอนออกมากหรือถอนทั้งจำนวน
ฉะนั้น ธนาคารที่รับฝากลูกค้ารายใหญ่หรือลูกค้าธุรกิจประเภทบัญชีนิติบุคคลมากก็ต้องกันสำรองสภาพคล่องมากหน่อย ซึ่งเชื่อว่าธนาคารส่วนใหญ่น่าจะทำได้ตามเกณฑ์ใหม่ ไม่น่ามีปัญหา เพราะ ธปท.มีการพูดคุยกับธนาคารมาตลอดก่อนจะประกาศใช้ จึงไม่น่าจะทำให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้นมากนักและทำให้เกิดการหดตัวของสินเชื่อ” สมบูรณ์ กล่าว
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ธปท.กำหนดให้ธนาคารแต่ละแห่งทำประมาณการว่าจะมีเงินไหลออกสุทธิเท่าไหร่ ซึ่งจะมีสูตรที่กำหนดมาให้ว่าเป็นลูกค้ารายย่อย รายกลาง และรายใหญ่อย่างไร ในระยะสั้นจะไม่ส่งผลให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้นมาก เพราะธนาคารทุกแห่งสำรองเงินไว้เกิน 60% และ ธปท.ใช้วิธีขยับปีละ 10% ซึ่งยังมีเวลาให้ตั้งสำรอง
สำหรับธนาคารกสิกรไทยเองได้ทำการตั้งสำรองสภาพคล่องเงินฝากไปตั้งแต่ต้นปีนี้แล้ว ซึ่งเห็นว่าความพยายามเพิ่มการสำรองตามเกณฑ์บาเซิล 3 เป็นการทำเพื่อให้สถาบันการเงินมั่นคงแข็งแรง
อนุชิต อนุชิตานุกูล ประธานสายพัฒนาระบบช่องทางขายและผลิตภัณฑ์ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า เกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเสียเปรียบกัน ในขณะนี้ธนาคารเกียรตินาคิน
มีสำรองเกิน 60% ไปแล้ว ซึ่งเกณฑ์บาเซิล 3 นั้นกำหนดให้สำรองเพิ่มส่วนนั้นส่วนนี้ แต่ไม่รู้ว่าธนาคารต่างชาติที่บอกว่าตัวเองมีธรรมาภิบาลดีทำกันบ้างหรือไม่







