posttoday
ผ่างบ ‘ททท.’ ส่องอนาคตเที่ยวไทย

ผ่างบ ‘ททท.’ ส่องอนาคตเที่ยวไทย

18 มิถุนายน 2558

หลายฝ่ายคาดหวังว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

หลายฝ่ายคาดหวังว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคคึกคักยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงต้องจับตาดูความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย และการร่วมมือด้านท่องเที่ยวระหว่างชาติสมาชิกอาเซียน

สันติ ชุตินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ททท.เตรียมหารือร่วมกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอความคิดเห็นแผนยุทธศาสตร์การตลาดท่องเที่ยวปี 2559 ทั้งแผนในประเทศ ต่างประเทศและตลาดอาเซียน เพื่อผลักดันให้ทั้งสามกลุ่มใหญ่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยในปีหน้าให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวางไว้ 2.3 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ททท.ได้รับงบประมาณปี 2559 ราว 6,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5-6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การทำตลาดต่างประเทศและตลาดอาเซียน 1,000 ล้านบาท ตลาดในประเทศ 500 ล้านบาท การเพิ่มรายได้ทางการท่องเที่ยว เช่น จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 3,000 ล้านบาท การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เช่น การวิจัยตลาดอาเซียน 170 ล้านบาท การจัดทำแผ่นพับโฆษณาสินค้าทางการท่องเที่ยวเจาะตลาดต่างๆ 200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าดำเนินงานและว่าจ้างพนักงาน ททท.

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ เชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะยังไม่ได้รับอานิสงส์ชัดเจนจากการเปิดเสรีอาเซียน เพราะปัจจุบันแผนการทำงานด้านการท่องเที่ยวของชาติสมาชิกยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน มีความร่วมมือระดับทวิภาคีเท่านั้น ประกอบกับการเดินทางระหว่างชาติอาเซียนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเพิ่มแรงจูงใจให้การเดินทางเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ทั้งนี้ ททท.จะชูกลยุทธ์ อาเซียน คอนเนกต์ นำร่องประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยนำเอเยนต์ทัวร์และสื่อในประเทศเป้าหมายเดินทางสำรวจเส้นทางในประเทศ ซึ่งกลุ่มดังกล่าวจะเน้นการเดินทางแบบเชื่อมโยงไทยกับเพื่อนบ้าน

“ททท.จะเน้นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยจะกระตุ้นให้มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น เพราะทั้งสามประเทศมีกำลังซื้อสูง” สันติ ระบุ

ขณะเดียวกัน สันติ ยังอธิบายต่อว่า ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยนับจากนี้จะไม่มุ่งเน้นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา แต่จะตั้งเป้าเป็นประเทศที่มีรายได้ทางการท่องเที่ยวสูงที่สุดในอาเซียน พร้อมรักษาฐานะอันดับ 1 ให้นานที่สุด โดยรายได้ปีนี้เฉลี่ย 2.2 ล้านล้านบาท ปี 2559 อยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท ขณะที่หากเทียบในระดับเอเชีย ไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากจีนและมาเก๊า

นอกจากนักท่องเที่ยวจากชาติอาเซียนแล้ว ในปี 2559 ททท.ให้ความสำคัญการกระตุ้นตลาดเอเชีย จีน อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา เป็นหลัก รวมถึงการดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มละตินอเมริกาให้เดินทางมาไทย

“มองว่าปีหน้าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะเป็นปัจจัยบวกให้นักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกา ตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทย แต่อาจมีปัจจัยลบ เช่น ปัญหาการเมืองที่ไทยยังไม่มีการเลือกตั้ง” สันติ กล่าว

ด้าน สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกทีเอชเอ กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีหน้าว่า  ททท.ต้องปรับแนวทางการโรดโชว์สินค้าและเทรดโชว์สินค้าในกลุ่มตลาดที่่คาดว่าจะมีกำลังซื้อสูงมากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทย รวมถึงการดึงจุดเด่นโครงการปีท่องเที่ยววิถีไทย เช่น อาหารไทย สปาไทย ให้นัก
ท่องเที่ยวรู้จักมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

“ด้านตลาดอาเซียน ควรเร่งผลักดันให้เกิดซิงเกิ้ลวีซ่าระหว่างชาติสมาชิกออกมาให้ได้ เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของชาติอาเซียนยังไม่เกิดผลในรูปธรรม ซึ่งเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะได้รับอานิสงส์อย่างแท้จริง หากมีเดินทางแบบเชื่อมโยง ทั้งทางบก ทางอากาศ การสร้างระบบรางแล้วเสร็จ โดยผลด้านท่องเที่ยวอาจเห็นชัดเจนในอีก 5 ปี หลังเปิดเสรีอาเซียนมากกว่าเห็นภาพในทันที” สุรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท