
การจัดสรรแหล่งรายได้อย่างมีแบบแผน เพื่อเสรีภาพทางการเงินและการใช้ชีวิต
ผ่านประสบการณ์ตรงมามากกว่า 27 ปี สิ่งที่ทำให้เชื่อว่ามีความหมายต่อการดำเนินชีวิต คือ การจัดสรรแหล่งรายได้อย่างถูกต้อง
โดย...จันทร์ฉาย อังศมาพร
ผ่านประสบการณ์ตรงมามากกว่า 27 ปี สิ่งที่ทำให้เชื่อว่ามีความหมายต่อการดำเนินชีวิต คือ การจัดสรรแหล่งรายได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้องกับวัตถุประสงค์ของผู้ออมและลงทุน ได้คุยกับเพื่อนที่มีวัยใกล้เกษียณทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ารู้อย่างนี้จะออมเงินกับลงทุนก่อนการใช้จ่ายอย่างอื่นตั้งแต่วัยเด็ก
โดยทางทฤษฎี มีเรื่องที่สนับสนุนแนวคิดนี้อยู่มากมาย ซึ่งคุณผู้อ่านหาดูได้จากเว็บไซต์ทั่วไป สิ่งที่ผู้เขียนอยากมาแชร์ โดยส่วนตัว คือ การแบ่งสัดส่วนจากรายได้ที่ได้รับจากการทำงาน จากทุกแหล่งไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า เงินปันผล การขายหุ้นทำกำไรหรือจากการค้าขาย ตามแผนภูมิดังกล่าวด้านล่าง (ตารางที่ 1)
แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องให้ความสำคัญของการออม เนื่องจากอัตราผลตอบแทนทดเป็นรายปีที่เรานำไปลงทุนนั้น หากเราได้อัตราผลตอบแทนที่ 7% ทุกปี และนำไป Reinvest คือการลงทุนใหม่เราจะพบว่า ส่วนของการออมและการลงทุนมีแต่ทวีคูณตามกฎ 72 ซึ่งการออมและการลงทุนในสัดส่วนดังกล่าวในระยะเวลาที่เคลื่อนไปมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนทำให้ทุกๆ 12 ปี หรือน้อยกว่าสามารถทำให้เงินทุนที่ลงเป็นกระแสเงินสดเพิ่มเป็นเท่าตัว หรือถ้าเราลงทุนถูกทางอาจจะน้อยกว่า 12 ปี ในการที่จะทำให้เงินลงทุนเพิ่มเป็นเท่าตัว
แชร์ประสบการณ์ตรงให้เห็นภาพดีกว่า ตอนนั้นจำได้ว่าเงินเดือน 42,000 บาท ไปเปิดสมุดการออมของตัวเองที่บันทึกไว้ มีการฝากเงินแบบ Share Save Scheme (อันนี้เป็นสิทธิประโยชน์ของการเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งที่ให้พนักงานสมัครและยินยอมให้ตัดบัญชีเงินเดือนทุกเดือน และพอถึง 3 ปีเสมือนการซื้อหุ้นธนาคาร ที่ประเทศอังกฤษในราคา 1.42 ปอนด์ เมื่อครบ 3 ปี หากราคา
ไม่สูงกว่า 1.42 ปอนด์ พนักงานสามารถรับเป็นอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ได้ แต่ถ้าต้องการลงทุนต่อรอบถัดไปจะเป็นอีก3 ปีข้างหน้า ในแบบเดียวกันแต่มีการ Cap ไว้ว่าสูงสุดได้ไม่เกินเดือนละ x% จำ % ไม่ได้ แต่รู้ว่าให้ตัดเดือนละ 2,000 บาท)ของเงินเดือนตัดเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 6 ปี
จำได้ว่าตอนขายไปสิ้นปีที่6 ได้กำไร 200% ได้เงินมาประมาณ 160,000 บาท จะเห็นว่าการลงทุนที่ถูกผลิตภัณฑ์จะได้เงินลงทุนที่เพิ่มเท่าทวีคูณ ทำนองเดียวกัน ถึงแม้เราไม่สามารถจะได้การลงทุนเหมือนกับพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ในทางกลับกันหากเราลงทุนโดยการซื้อทองคำในทุกสิ้นปี ด้วยเงิน 24,000 บาท และเก็บเป็นสินทรัพย์จนถึงวันนี้ ลองเข้าไปดูว่าราคาทองคำในปี 1985 นั้นบาทละเท่าไร พอจำได้ว่าน่าจะสักประมาณ ทุก 3,000 บาทได้ทองหนึ่งบาท เราจะได้ทองคำปีละ 8 บาท ผ่านมา 6 ปีเราจะได้ทองคำมา 48 บาท แล้วหยุด เก็บไว้จนวันนี้ เงินก้อนเดียวกัน จะโตเป็น 960,000 บาท 566% ผลตอบแทนจะอยู่ที่ 18% ต่อปี
ทำนองเดียวกัน เงินก้อนเดียวกัน อีกคนหนึ่งได้ลงทุนต่อในที่ดินที่ดีๆ สักที่หนึ่งในเงิน 72,000 บาท เป็นเงินดาวน์และผ่อนเพิ่มเติมอีกเท่าตัว เมื่อ 16 ปีที่แล้ว หลักการเดียวกันที่ดินดังกล่าววันนี้ ราคาเป็นล้านกว่าบาท หรือมากกว่า
ที่ยกตัวอย่างมาให้ดูจะเห็นว่าส่วนของการออมและการลงทุนเป็นส่วนสำคัญมาก รองลงมาคือ เงินเตรียมไว้ล่าฝัน เพราะเงินออมและเงินลงทุนกับเงินล่าฝันจะเป็นส่วนที่เติบโตมากที่สุด และเราต้องมีความสม่ำเสมอในการออมและการลงทุนเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น บางครั้งเริ่มต้นด้วยการบริหารความเสี่ยงซื้อประกันชีวิตที่มีผลตอบแทนรายปี ก็จะกลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ตัวใหม่ หรือลงทุนในการพัฒนาตัวเองไปเรียนทำเค้ก ทำกาแฟ หรือถักที่หิ้วกระเป๋าของหลุยส์วิตตอง พัฒนาจนฝีมือดีทำเป็นอาชีพเสริม มีฐานะขึ้นมาหน่อย มีลูกค้าเยอะขึ้นเปิดร้านกลายเป็นรายได้หลัก จึงอยากให้เห็นตัวอย่างเพื่อที่จะสร้างให้เป็นแหล่งรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต (ตารางที่ 2)
ท้ายสุดเราจะเห็นว่า แหล่งที่จะสร้างให้เรามีรายได้หลายแหล่ง คือ การออมและการลงทุนยกตัวอย่าง ลงทุนซื้อหุ้นกู้ที่มีผลตอบแทนเป็นคูปองจ่ายรายไตรมาสเท่ากับเราสร้างแหล่งรายได้เสริมขึ้นมาอีกต่อหนึ่ง หากมีการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพและลงมือทำ จะทำให้เรามีเสรีภาพในการใช้ชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ การสร้างแหล่งรายได้ให้มากกว่า 1 แหล่งเป็นเรื่องการบริหารความเสี่ยงของเราในอนาคต การมีรายได้มากกว่า 1 แหล่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ส่วนเงินที่เตรียมไว้ใช้ล่าฝันในบางกรณีอาจจะเป็นเงินรายได้หลักในอนาคตฝันเป็นจริงได้เสมอถ้ามุ่งมั่นและมีวินัยในการออมและการลงทุน รวมถึงพัฒนาทักษะของการล่าฝันรับรองอนาคตดีทุกคนค่ะ โชคดีนะคะ







