posttoday
เอสเอ็มอีมือโปร:แตกหน่อธุรกิจที่แตกต่าง

เอสเอ็มอีมือโปร:แตกหน่อธุรกิจที่แตกต่าง

04 กรกฎาคม 2553

เอสเอ็มอี สามารถนำหลายๆ ธุรกิจมาเกื้อกูลกันได้ แต่จะต้องไม่ลืมจดบันทึก และทำระบบบัญชีให้ชัดเจน รวมถึงการวางเป้าหมายให้แน่นอน

เอสเอ็มอี สามารถนำหลายๆ ธุรกิจมาเกื้อกูลกันได้ แต่จะต้องไม่ลืมจดบันทึก และทำระบบบัญชีให้ชัดเจน รวมถึงการวางเป้าหมายให้แน่นอน

โดย...อานนท์

คราวก่อนผมได้กล่าวถึงการแตกหน่อธุรกิจออกไปสู่กิจการที่มีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์ หรือมีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมโยงกับธุรกิจดั้งเดิม ซึ่งก็มีทั้งข้อดี คือ เป็นการขยายกิจการที่สามารถใช้เครือข่าย หรือทรัพยากรเดิมๆ มาเพิ่มเติมผลกำไร แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีข้อเสีย หากไม่มีระบบการจัดการอย่างมืออาชีพ ซึ่งจะทำให้ไม่รู้เลยว่าธุรกิจไหนกำไร หรือขาดทุนอย่างไร หรือทำสิ่งใหม่แล้วก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียกันแน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวังนะครับ

มาวันนี้ ผมจะกล่าวถึงการแตกหน่อธุรกิจออกไปสู่กิจการใหม่ ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม ไม่มีสิ่งเชื่อมต่อสัมพันธ์ ซึ่งถึงตรงนี้อาจจะมีท่านผู้อ่านบางท่านนึกสงสัยว่า เอ๊ะ หากไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับของเก่าแล้ว จะทำธุรกิจใหม่ไปทำไม

เรื่องนี้มีคำตอบหลายอย่างครับ เช่น บุตรหลานที่รับถ่ายทอดธุรกิจดั้งเดิมมาจากครอบครัว ถ้าหากทำให้กิจการเก่าแก่อยู่ตัวแล้ว คนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็อาจจะอยากหันไปหาเรื่องที่ตัวเองถนัด เกิดเป็นการแตกหน่อธุรกิจใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับของเดิมออกไป ซึ่งจะเกิดเป็นเรื่องที่ดีคือ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ตัวเองชอบ

นอกจากนั้น บ่อยครั้งที่การแตกหน่อธุรกิจออกไปหากิจการใหม่ๆ เกิดขึ้นเพราะมองเห็นสิ่งที่เรียกว่า “โอกาส”

การมองเห็นโอกาสนี่แหละที่เป็นสิ่งสำคัญ และสร้างสรรค์ให้เกิดการพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ๆ มานักต่อนักแล้วครับ แม้ว่าอาจจะไม่มีความเกี่ยวพัน หรือไม่อาจจะใช้เครือข่าย ใช้ทรัพยากรเดิมๆ ที่มีอยู่ได้ แต่หากมีโอกาส ก็สามารถแตกหน่อธุรกิจใหม่ได้ ถ้าโอกาสนั้นสามารถทำเงิน

โอกาสขึ้นกับหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น การ สร้างธุรกิจใหม่สืบเนื่องมาจากสิ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาด เช่นที่ผมได้เคยยกตัวอย่างมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ในช่วงปีมหามงคลที่เสื้อ|สีเหลืองได้รับความนิยมสูงนั้น แม้จะไม่เคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อน แต่หากมองเห็นโอกาสว่ามีลูกค้า ก็สามารถแตกหน่อมาทำธุรกิจได้ แต่จะต้องศึกษา หาแหล่งวัตถุดิบ หาแหล่งผลิต และหาตลาดให้เจอ

ส่วนบางโอกาส เป็นสิ่งที่มีทรัพยากรรออยู่แล้ว แต่รอจังหวะให้เหมาะสม เช่น บางท่านมีที่ดินของครอบครัวอยู่เก่าแก่ และไม่เคยใช้ประโยชน์ จนวันหนึ่งเกิดมีรถไฟฟ้ามาผ่านย่านนั้น จากที่ไม่เคยเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็อาจจะใช้โอกาสนี้ในการทำคอนโดมิเนียมขาย ซึ่งก็ต้องกลับไปสู่จุดเดิมว่า จะต้องศึกษาก่อนว่า เขาทำกันอย่างไรให้กำไร จะว่าจ้างใครมาดำเนินการก่อสร้างให้ หรือบางทีหากทำตลาดเองไม่เป็น ก็อาจจะเลยไปถึงขั้นที่จ้างบริษัทที่ชำนาญมาทำการตลาด วางแผนการขายให้

สิ่งสำคัญในการแตกหน่อธุรกิจใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับกิจการดั้งเดิมที่มีคือ การหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้ได้มากที่สุด ให้เกิดความพร้อมที่สุดก่อนจะลงมือ แน่นอนว่าคงไม่ต้องถึงขั้นรู้ลึกลงไปว่า เส้นใยเสื้อผ้ามาจากไหน ทำกันอย่างไร หรือเขาตอกเสาเข็มคอนโดมิเนียมกันอย่างไร แต่จะต้องรู้ภาพกว้างๆ และที่สำคัญคือ รู้มากพอที่จะบริหารได้ โดยไม่ถูกหลอก

คำว่าไม่ถูกหลอก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการแตกหน่อธุรกิจไปหาธุรกิจใหม่ เพราะในการทำกิจการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่เราไม่ถนัด แต่เรามองเห็นโอกาสนั้น มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องว่าจ้าง หรือควานหามืออาชีพ หรือผู้ชำนาญการมาช่วยทำ อาจจะมาในลักษณะผู้ช่วยผู้บริหาร หรือมาในฐานะผู้ร่วมถือหุ้น ก็แล้วแต่โมเดลธุรกิจที่เราจะตกลงกัน

แต่การที่คนที่เราหามาใหม่นี้ จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ เราจึงจะต้องแน่ใจว่า ไม่ว่าเขาจะขยับตัวอย่างไร เราจะต้องเข้าใจ และรับรู้ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย หาก|ปล่อยปละละเลยก็อาจจะทำให้กำไรที่ควรจะได้หดหาย เพราะไว้ใจผู้อื่นมากเกินไป (แต่หาก|ไม่ไว้ใจเลย ก็ทำงานร่วมกันไม่ได้นะครับ ดังนั้นการหาคนมาเป็นเบอร์สอง หรือการหาพาร์ตเนอร์ ก็จะต้องมองหาที่สามารถเชื่อใจกันได้ในระดับหนึ่ง และคอยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยอีกระดับหนึ่ง)

ข้อดีประการสำคัญของการแตกหน่อธุรกิจ|ในขณะที่ธุรกิจดั้งเดิมก็ยังดีอยู่คือ สามารถนำเงินจากกำไรของกิจการเก่ามาเป็นสายป่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทราบว่ากิจการใหม่ต้องใช้เวลาพอประมาณกว่าจะสามารถคืนทุนได้ การมีแหล่งของสายป่านที่ยาวพอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีที่จะมีการหมุนเวียนเงินเพื่อใช้ในหลายๆ กิจการ ต่างกับบริษัทขนาดใหญ่ที่จะพยายามไม่ให้แต่ละธุรกิจเกี่ยวข้องกัน และมักจะเลือกการกู้เงินมาเพื่อทำแต่ละกิจการ มากกว่าที่จะเกื้อกูลกัน เพราะมักจะมีการแบ่งส่วนธุรกิจชัดเจน แต่ในกรณีของเอสเอ็มอี สามารถนำหลายๆ ธุรกิจมาเกื้อกูลกันได้ แต่จะต้องไม่ลืมจดบันทึก และทำระบบบัญชีให้ชัดเจน รวมถึงการวางเป้าหมายให้แน่นอนว่า เมื่อไหร่จะเลิกพึ่งเงินจากของเก่า หรือหากไปไม่ไหวระดับไหนอาจจะต้องตัดใจเลิก

เพราะไม่ว่าสายป่านจะยาวแค่ไหน ก็มีวันขาดได้ หากตึงเกินไปครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน