
ฟันแก๊งปลอมรูดปรื๊ด
ดีเอสไอจับชาวสิงคโปร์ร่วมมือพนักงานในห้างฯทำเสียหายกว่า10ล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ดีเอสไอทลายเครือข่ายปลอมบัตรเครดิตข้ามชาติร่วมมือกับคนไทยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ แถลงข่าวการจับกุมแก๊งปลอมแปลงบัตรเครดิต นำโดย นายชูชีวี โดนัลด์ อายุ 38 ปี ชาวสิงคโปร์ พร้อมด้วยของกลางเป็นเครื่องปั๊มอักษรนูนหน้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องบันทึกข้อมูลลงในแถบแม่เหล็กของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 เครื่อง ได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม
นอกจากนั้น ยังขยายผลไปสู่การจับกุม นายบุญชัย วัฒฑกโกศล อายุ 33 ปี ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานในห้างสรรพสินค้าย่านถนนรัชดาภิเษก และจับกุมนางวิมลรัตน์ พรมสุรินทร์ อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานในห้างสรรพสินค้าย่านถนนรามอินทรา และจับกุมนายอุกฤษฎ์ หรืออู๊ด แพรกนก พร้อมด้วยของกลางบัตรอิเล็กทรอ นิกส์ปลอม 4 บัตร ที่ใช้ในการรูดซื้อสินค้าตามสถานที่ต่างๆ ได้ที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการติดตามจับอีก 1 ราย
ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยนายชูชีวี โดนัลด์ มีหน้าที่รับข้อมูลในแถบแม่เหล็กบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากกลุ่มคนในองค์กรซึ่งอยู่ต่างประเทศ นำข้อมูลดังกล่าวมาผลิตบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จากนั้นจะส่งต่อบัตรปลอมให้นายอุกฤษฎ์ นำบัตรปลอมไปรูดซื้อสินค้าตามสถานที่ต่างๆ โดยมีร้านค้าบางแห่งให้ความร่วมมือ ทำให้มีผู้เสียหายกว่า 10 ประเทศ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ต้องหามีรายได้สัปดาห์ละ 2 แสนบาท
จากการสอบสวนเครือข่ายปลอมแปลงบัตรเครดิต ยังพบว่ามีชาวยุโรปกลางร่วมกับชาวมาเลเซียและคนไทย นำอุปกรณ์อิเล็กทรอ นิกส์เข้ามาติดตั้งเพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวใหม่ล่าสุดสั่งซื้อจากประเทศสเปน กลุ่มคนร้ายจะเลือกติดตั้งอุปกรณ์กับตู้กดเงินที่ตั้งอยู่ในสถานที่พลุกพล่าน อาทิ หน้าเซเว่นอีเลฟเว่น หน้าโลตัส เอ็กซ์เพรส และปั๊มน้ำมัน อย่างไรก็ตามดีเอสไอยังคงติดตามจับกุมเครือข่ายที่ยังโดนจับ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีอยู่ประมาณ 1020 กลุ่ม
ก่อนหน้านี้ดีเอสไอสามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน จีน พม่า และแอฟริกัน รวม 36 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม ทาวน์เฮาส์หรูย่านบางนา และเทพารักษ์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำการสุ่มโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายผ่านระบบ VOIP (Voice Over Internet Protocal) โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือสถาบันการเงิน หลอกลวงให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาที่เปิดเตรียมไว้ ขณะนี้กำลังติดตามแก๊งที่กระจายอยู่ที่พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานีและขอนแก่น อย่างไรก็ตาม จากการประสานความร่วมมือกับทางการจีน ไต้หวัน เชื่อว่าจะสามารถจับกุมตัวการใหญ่ได้







