
วอนเกษตรกรชะลอการทำนาปีฝ่าวิกฤตแล้ง
กรมชลประทานย้ำฝนตกน้อยกว่าปกติ เป็นเหตุน้ำในเขื่อนน้อย วอนเกษตรกรชะลอการทำนาปี รอฝนตกชุกเดือน ก.ค.นี้
กรมชลประทานย้ำฝนตกน้อยกว่าปกติ เป็นเหตุน้ำในเขื่อนน้อย วอนเกษตรกรชะลอการทำนาปี รอฝนตกชุกเดือน ก.ค.นี้
กรมชลประทาน ย้ำขอแค่ชะลอการทำนาปี ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่ได้ประกาศห้ามการทำนา เหตุภาคเหนือและภาคกลางมีฝนตกน้อยต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติมาก ส่งผลให้น้ำในเขื่อนต่างๆน้อย หวั่นกระทบการใช้น้ำในอนาคต วอนอดใจรอฝนตกตามฤดูกาลประมาณกลาง-ปลายเดือนกรกฎาคมนี้
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อต้นฤดูแล้งปี 2557/2558 มีปริมาณน้อย จึงได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกร ของดส่งน้ำเพื่อการทำนาปรัง พร้อมกับนําเสนอรัฐบาลให้ความเห็นชอบ และวางแผนใช้น้ำให้เหลือเพียงพอสําหรับสนับสนุนการทํานาปีตั้งแต่ต้นฤดูฝนปี 58 (น้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลัก(ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ)
เมื่อต้นฤดูฝนจะมีน้ำรวมกันประมาณ 4,000 - 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร) ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่ก็ยังมีเกษตรกรบางส่วนปลูกข้าวนาปรังไปกว่า 6.26 ล้านไร่ ทําให้มีการใช้น้ำเกินแผนไปถึง 1,200 ล้าน ลบ.ม. จากแผนที่วางไว้ 2,900 ล้าน ลบ.ม. ใช้จริง 4,100 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือน้ำ ณ วันที่ 1 พ.ค. 58 จํานวน 3,800 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปี 2557 จํานวน 600 ล้าน ลบ.ม. (ปริมาณน้ำ ณ วันที่ 1 พ.ค. 57 รวม 3,200 ล้าน ลบ.ม.)
ผลจากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ในเดือนมี.ค. – เม.ย. 58 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าฤดูฝนปีนี้จะมาช้าประมาณสัปดาห์ที่ 3 จากปกติที่จะมาประมาณกลางเดือนหรือสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าปริมาณฝนปีนี้จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยซึ่งหากเป็นเช่นนั้นปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอสนับสนุนการปลูกข้าวนาปีในทุ่งเจ้าพระยาได้เต็มพื้นที่โดยไม่มีปัญหา (จากสถิติที่ผ่านมา หากฝนตกตามปกติ การส่งน้ำเพื่อกิจกรรมต่างๆ
และสนับสนุนการปลูกข้าวนาปีได้เต็มพื้นที่จะต้องมีน้ำต้นทุนประมาณ 3,500ล้าน ลบ.ม.) กรมชลประทานจึงได้กำหนดแผนการส่งน้ำตั้งแต่ 1 พ.ค. 58 แต่ในระยะต่อมากลับพบว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติมากโดยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง มีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 55 และร้อยละ 69 ตามลำดับ ประกอบกับการประชุมคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ฯ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าในช่วงเวลานี้จะมีฝนตกน้อย และจะเริ่มตกชุกตามฤดูกาลในช่วงกลาง-ปลายเดือนกรกฎาคมนี้
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีไหลลงอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าปกติมาก โดยในปี 2558 มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯในช่วงฤดูฝน(1 พ.ค. – 10 มิ.ย. 58) รวมกันเพียง 219 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 76 (ในฤดูฝนปกติ ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ค่าเฉลี่ยน้ำไหลลงอ่างฯ จะรวมกันอยู่ที่ประมาณ 904.56 ล้าน ลบ.ม.) ทำให้ในพื้นที่เพาะปลูกต้องใช้น้ำจากระบบชลประทานมากขึ้น
กรมชลประทาน ได้วิเคราะห์แล้ว จําเป็นต้องวางแผนการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆให้ได้จนถึงช่วงฝนตกชุกตามฤดูกาล จึงเห็นควรให้ชะลอการปลูกข้าวนาปีในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เฉพาะในส่วนของเกษตรกรที่ยังไม่ได้เพาะปลูกอีกประมาณ 4.61 ล้านไร่ ออกไปก่อน จนกว่าจะถึงช่วงฝนตกชุกตามฤดูกาล (วางแผนปลูกข้าวนาปีทั้งหมด 7.45 ล้านไร่ เพาะปลูกแล้ว 2.84 ล้านไร่)
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะจัดสรรให้กับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ โดยไม่ขาดแคลน รวมถึงข้าวนาปีที่ปลูกไปแล้วกว่า 2.84 ล้านไร่ ให้สามารถเก็บเกี่ยวได้โดยไม่เสียหาย พร้อมทั้งลดการใช้น้ำจากเดิมวันละประมาณ 62 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือวันละประมาณ 30-35 ล้าน ลบ.ม. จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรและผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนให้ร่วมใจกันประหยัดการใช้น้ำให้มากที่สุด พร้อมทั้งขอให้ปฏิบัติการคําแนะนําจากเจ้าหน้าที่ชลประทานอย่างเคร่งครัดด้วย.







