
ลงทุนยังไงให้ได้ผลประโยชน์2ต่อ
ในปัจจุบัน การลงทุน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ใครๆ ก็อยากทราบว่าหากมีเงินเท่านี้ จะต้องลงทุนยังไงถึงจะได้กำไร
ในปัจจุบัน การลงทุน กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ใครๆ ก็อยากทราบว่าหากมีเงินเท่านี้ จะต้องลงทุนยังไงถึงจะได้กำไร
แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าคำถามแบบนี้ เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ เพราะว่าการลงทุนนั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าลงทุนในหุ้นตัวไหนจะได้กำไรหรือไม่ อย่างไร
การลงทุนจะต้องเริ่มต้นจากการศึกษา ว่าตัวเรามีเป้าหมายในการลงทุนอย่างไร ต้องการผลตอบแทนเท่าไหร่ สามารถรับความเสี่ยงได้มาก-น้อยแค่ไหน และคุณได้ทำการวางแผนการจัดการชีวิตของตัวเองในอนาคตอย่างไรบ้าง
ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลงทุนซื้อLTF/RMFเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมกับเรา มาดูกันก่อนว่าLTF/RMFคืออะไร?
LTF (Long-Term Equity Fund)และRMF (Retirement Mutual Fund)เป็นเครื่องมือในการลงทุนอีกชนิดที่ไม่เหมือนกองทุนรวมอื่นๆ ทั่วไป เพราะว่าเงินที่นำมาลงทุนในกองทุนรวมทั้งสองประเภทนี้ ผู้ลงทุนสามารถนำไปขอส่วนลดหย่อนภาษีได้ โดยถือเป็นสิทธิพิเศษที่ผู้ลงทุนจะได้รับเท่านั้น นอกเหนือจากผลตอบแทนโดยตรงจากการลงทุน
กองทุนLTFเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ที่จะเน้นการลงทุนในหุ้น จ่ายเงินปันผลได้ไม่เกิน30%ของกำไรสะสม มีการเปิดซื้อขายได้ปีละ2ครั้งโดยทางรัฐบาลสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนในรูปแบบกองทุนรวมที่ต้องการลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ให้มากขึ้น การลงทุนเพิ่มดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดทุนไทยมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย
กองทุนRMFเป็นกองทุนรวมภาคเอกชนที่ส่งเสริมการลงทุนให้ผู้ที่มีรายรัยเป็นเงินเดือน ต้องการสะสมเงินเอาไว้ใช้เมื่อตอนเกษียณอายุ เพื่อที่จะได้ดูแลตนเองได้ในอนาคต โดยกองทุนส่วนนี้คุณสามารถขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ โดยไม่มีการจำกัดจำนวนครั้ง แต่การลงทุนกองทุนRMFจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน
ทำไมต้องซื้อLTF/RMF?
เชื่อว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ยังไม่คิดจะซื้อLTF/RMFเพราะไม่รู้จะซื้อไปทำไม จริงๆ แล้วการลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญ อดออมในวันนี้เพื่อที่วันข้างหน้าเราจะได้ไม่ลำบาก มีเงินใช้ และการฝึกการออมเงินในวันนี้ยังสามารถช่วยให้เรามีวินัยในการเงินมากขึ้นซึ่งยังเป็นการดีสำหรับตัวเราเองอีกด้วย
ประเด็นการตัดสินใจซื้อLTF/RMFคือ ซื้อมากเกินไปก็ไม่ดี ซื้อน้อยเกินไปก็ไม่ได้ เพราะว่าการลงทุนซื้อLTF/RMFสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้แต่มีจำนวนจำกัด ดังนั้น คุณต้องเอาเงินเดือนของคุณทั้งปี รวมโบนัส เงินรายได้จากช่องทางอื่นๆ ทั้งหมดเอามารวมกันเป็นเงินได้สุทธิ หักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน แล้วเอาไปเทียบกับอัตราภาษีที่ต้องเสีย หากเทียบแล้วจำนวนเงินต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี คุณไม่ต้องซื้อLTF/RMFเลยก็ยังได้ เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นแทนที่ให้ผลประโยชน์คุ้มค่ากว่าจะดีกว่า
ซื้อLTF/RMFยังไงให้ได้ผลประโยชน์สูงสุด
รัฐบาลกำหนดไว้ว่าคุณสามารถซื้อLTFได้สูงสุดเป็นจำนวน15%ของรายได้รวมต่อปี แต่จะต้องมียอดรวมไม่เกิน500,000บาท ส่วนRMFก็มีกำหนดคล้ายๆ กันคือสามารถซื้อได้สูงสุดเป็นจำนวน15%ของรายได้รวมต่อปี โดยยอดรวมทั้งหมด เมื่อรวมทั้งยอดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกบข.แล้วจะต้องไม่เกิน500,000บาท
โดยการซื้อกองทุนLTF/RMFนี้ไม่มีการบังคับว่าจะต้องซื้อปลายปีนะครับ คุณสามารถซื้อตอนไหนก็ได้ จะทยอยซื้อทีละนิดทีละหน่อยสะสมทุกเดือนๆ ก็ได้ หรือซื้อเป็นก้อนตอนต้นปีก็ได้แล้วแต่เราสะดวกครับ ส่วนเงินที่คุณประหยัดได้จากส่วนลดหย่อนภาษีก็สามารถนำไปออมต่อที่สองได้อีกครับ
MoneyGuru.co.thสนับสนุนให้คนไทยหันมาลงทุน ออมเงินกันมากๆ แต่ละกองทุนอาจจะได้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน ดังนั้นอย่าลืมศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจนะครับ แต่การออมเงินเป็นสิ่งที่ดีเสมอครับ เพื่อความมั่นคง และความมั่งคั่งในอนาคตของทุกท่านครับ







