
จีดีพีเกษตรหายวับ 6 หมื่นล้าน
งดระบายน้ำสะเทือนนาปี-นาปรัง แนะเข้าโครงการอุ้มปัจจัยการผลิต&O5532; งดนาปรังกระทบจีดีพีเกษตรกว่า 6 หมื่นล้าน วอนเกษตรกรเข้าโครงการสร้างรายได้-ลดค่าใช้จ่าย
งดระบายน้ำสะเทือนนาปี-นาปรัง แนะเข้าโครงการอุ้มปัจจัยการผลิต&O5532; งดนาปรังกระทบจีดีพีเกษตรกว่า 6 หมื่นล้าน วอนเกษตรกรเข้าโครงการสร้างรายได้-ลดค่าใช้จ่าย
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมชลประทานได้มีประกาศขอให้ชะลอการปลูกข้าวนาปีออกไปจนสิ้นเดือน ก.ค. และขอความร่วมมือจากเกษตรกรงดการดำเนินกิจกรรมทางเกษตรไปจนถึงต้นเดือน ส.ค. 2558 เพราะขาดแคลนน้ำ คาดว่าจะกระทบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติด้านสินค้าเกษตรที่จะจับจ่ายใช้สอยหายไปจากระบบเศรษฐกิจ 6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีมาตรการช่วยเหลือผ่านเงิน 6 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือในเรื่องลดรายจ่ายและช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตและโครงการต่างๆ ซึ่งในช่วงที่ชะลอทำนาช่วง 2 เดือนนี้ เกษตรกรสามารถจะเข้าร่วมโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้เตรียมไว้ เช่น ศูนย์เรียนรู้การเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่าง แปลงสาธิต การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ องค์ความรู้ด้านเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้ในการลดต้นทุนการผลิต
เลขาธิการ สศก. ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้งดส่งน้ำทำนาปรังกระทบต่อจีดีพีภาคเกษตรให้ลดลง ทำให้เงินในภาคเกษตรที่มีการใช้จ่ายซื้อปัจจัยการผลิตและสินค้าเบ็ดเตล็ดหายไปกว่า 6 หมื่น
ล้านบาท รัฐบาลจึงช่วยเรื่องเงินทุนหมุนเวียนให้แก่เกษตรกรชาวนาทั่วประเทศที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ผ่านโครงการลดต้นทุนและโครงการตำบลละ 1 ล้านบาท รวมกว่า 3,000 ตำบลออกมา คาดว่าเมื่อฝนมาเกษตรกรจะเร่งทำนากันเต็มที่ คาดว่าผลผลิตทั้งปีจะอยู่ที่ 26.5 ล้านตันข้าวเปลือก ในลุ่มเจ้าพระยาอีก 8 ล้านตัน เนื่องจากราคาไม่จูงใจ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 7,500 บาท/ตัน
สำหรับนาปรัง แม้กรม ชลประทานได้ออกประกาศงดส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่กลอง ตั้งแต่ปลายปี 2557 แต่ยังมีการทำนาปรังไปกว่า 6.87 ล้านไร่ จากที่กำหนดไว้ 2
ล้านไร่ เฉพาะพื้นที่จังหวัดลุ่มเจ้าพระยามีการปลูกข้าวนาปรังถึง 3.78 ล้านไร่







