
ชำแหละร่างกม.ปิโตรเลียม ‘ฉบับรัฐบาล’
เป็นประเด็นร้อนอีกระลอก เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่เสนอโดยกระทรวงพลังงาน ท่ามกลางข้อกังขากลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงานภาคประชาชน
เป็นประเด็นร้อนอีกระลอก เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่เสนอโดยกระทรวงพลังงาน ท่ามกลางข้อกังขากลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงานภาคประชาชน
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับ “รัฐบาล” อยู่ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกบกับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมของคณะกรรมาธิการ สนช.และร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับประชาชนและสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
มนูญ ศิริวรรณ สมาชิก สปช.ด้านพลังงาน ระบุว่า ร่างกฎหมายปิโตรเลียมของกระทรวงพลังงานได้เพิ่มเนื้อหาระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ไว้ด้วย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย โดยอ้างอิงรูปแบบของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) และร่างกฎหมายได้กำหนดชัดเจนว่าผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับเป็นอย่างไรบ้าง
“ในหลักการจะเพิ่มวิธีการสำรวจปิโตรเลียมแบบพีเอสซี จากเดิมที่มีระบบสัมปทานอย่างเดียว แต่เชื่อว่าน่าจะไม่ตรงตามที่ภาคประชาชนต้องการนัก”
พรายพล คุ้มทรัพย์ ผู้ช่วย รมว.พลังงาน ระบุว่า การนำรูปแบบพีเอสซีมาเพิ่มในร่างกฎหมายปิโตรเลียม แต่ไม่ได้กำหนดให้มีการตั้งองค์กรร่วมหรือบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาบริหาร และยังใช้กลไกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องตั้งหน่วยงานซ้ำซ้อน ขณะที่กรมมีบุคลากรและมีภารกิจที่ดูแลในระบบสัมปทานปิโตรเลียมอยู่แล้ว หากนำระบบพีเอสซีเข้ามาใช้ก็ทำได้ทันที โดยเพิ่มงานในส่วนการลงทุนและการผลิตเท่านั้น
“ตอนนี้เราต้องการให้กฎหมายออกมาโดยเร็ว เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่มากกว่า”







