posttoday
ระวังสัญญาณหลอก ที่จำเป็นต้องให้เล่น

ระวังสัญญาณหลอก ที่จำเป็นต้องให้เล่น

12 มิถุนายน 2558

การแกว่งตัวตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะสัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับราคามีลักษณะการแกว่งตัวในช่วงแคบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลปัจจัยที่เข้ามาสะท้อนเป็นเรื่องเดิม ไม่ว่าการตรึงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. การปรับลดของตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในหน่วยงานที่ประเมิน GDP ไว้ที่ 4% หรือใกล้ๆ 4 ซึ่งคาดว่าในที่สุดน่าจะมีตัวเลขที่ลดลงมาที่ระดับ 3% หรือบริเวณใกล้เคียงเกือบทั้งหมด และไม่แปลกที่ตัวเลขส่งออกอาจจะไม่ฟื้นตัว ปัจจัยจากต่างประเทศ แม้เรื่องกรีซท่าทีจากอียูโดยเฉพาะจากเยอรมนีจะอ่อนลง แต่ไม่ค่อยมีอะไรที่ผิดคาดเท่าไร ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะตกอยู่กับการลงทุนในตลาดหุ้น ก็คือไม่มีปัจจัยชี้นำ การลงทุนที่ไม่ใช่เป็นการลงทุนระยะยาว จึงค่อนข้างยากในการคาดการณ์ทิศทางของ SET INDEX ในระยะสั้น

การแกว่งตัวตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะสัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับราคามีลักษณะการแกว่งตัวในช่วงแคบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลปัจจัยที่เข้ามาสะท้อนเป็นเรื่องเดิม ไม่ว่าการตรึงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. การปรับลดของตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในหน่วยงานที่ประเมิน GDP ไว้ที่ 4% หรือใกล้ๆ 4 ซึ่งคาดว่าในที่สุดน่าจะมีตัวเลขที่ลดลงมาที่ระดับ 3% หรือบริเวณใกล้เคียงเกือบทั้งหมด และไม่แปลกที่ตัวเลขส่งออกอาจจะไม่ฟื้นตัว ปัจจัยจากต่างประเทศ แม้เรื่องกรีซท่าทีจากอียูโดยเฉพาะจากเยอรมนีจะอ่อนลง แต่ไม่ค่อยมีอะไรที่ผิดคาดเท่าไร ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะตกอยู่กับการลงทุนในตลาดหุ้น ก็คือไม่มีปัจจัยชี้นำ การลงทุนที่ไม่ใช่เป็นการลงทุนระยะยาว จึงค่อนข้างยากในการคาดการณ์ทิศทางของ SET INDEX ในระยะสั้น

อันที่จริงทางออกสำหรับผู้คาดการณ์ตลาดอาจจะเลี่ยงโดยการแนะนำรายตัว และไม่พูดถึง SET INDEX ซึ่งนั่นก็ง่ายในแง่เขียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทย เราต้องยอมรับว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของ SET INDEX มีผลต่อราคาหุ้นมาก และกรณี SET INDEX ลงแรงในลักษณะ Panic Sell ก็ยากที่จะมีการมองได้ว่าหุ้นตัวไหนจะสวนตลาดขึ้นได้ ซึ่งจากกราฟที่นำเสนอและเคยนำเสนอในบทความครั้งก่อนๆ แล้วก็พบว่าการ BREAK OUT ของ SET INDEX ในระดับ 100 จุดขึ้นไปควรจะเกิดขึ้น นี่ก็คือความสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์เล่นสั้น

เอาในเรื่องระยะเวลาก่อน นอกจากเหตุผลในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคแล้ว คาดว่า ปัจจัยที่มีนัยสำคัญ ไม่ว่ากรีซ เฟด หรือเศรษฐกิจในประเทศ คาดว่าในไตรมาส 3 ความชัดเจนจะมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับการตัดสินของ SET INDEX และย่ำในเชิงตัวเลขของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ก็คือการผ่าน 1,536 โดยสังเกตการยืน 1,510-1,520 แปลว่า SET INDEX จะตัดสินด้านบวก และการต่ำกว่า 1,476-1,483 แปลว่าตัดสินด้านลบ โดยเทคนิคในการสังเกตการ Break Out ก็คือการที่ปริมาณการซื้อขายควรจะอยู่ในระดับ 5-6 หมื่นล้านบาท

สิ่งที่ควรระมัดระวังก็คือ การที่มีปัจจัยเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว โดยไม่ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า และกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน FUND FLOW หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุน อาจจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการตัดสินในรอบนี้ อีกทั้งการเกิดสัญญาณหลอกเพื่อให้มีการเชื่อว่า BREAK OUT ขึ้นหรือลง และมีการตีกลับฝั่งตรงข้าม การตัดสินใจที่ผิดพลาดต้องมีการกลับตัวที่ทันและรวดเร็ว และควรซื้อคืนหรือขายทันทีเมื่อผิดพลาด

บทสรุปไม่ชัดเจนว่าทิศทางของ SET INDEX จะมีการตัดสินในมุมไหน แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ การถือเงินสด และรอตามน้ำกรณีมีการตัดสินในเชิงบวก แต่กรณีมีการปรับตัวลดลงแรงก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน ที่จะทำให้ต้นทุนในการซื้อต่ำลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท