
บิ๊กล็อตแบงก์รับคงดอกเบี้ย
บิ๊กล็อตหุ้นแบงก์โผล่ ลดแรงกดส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิต่ำเตี้ย
บิ๊กล็อตหุ้นแบงก์โผล่ ลดแรงกดส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิต่ำเตี้ย
ดัชนีหุ้นยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 1.5% โดยดัชนีปิด 1,514.81 จุด เพิ่มขึ้น 10.77 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,489.01 ล้านบาท โดยจำนวนนี้เป็นการโอนซื้อขายหุ้นในกระดานขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) ในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) มูลค่า 10,932 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นธนาคารนี้มีสัญญาณซื้อชัดเจนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เข้ามา โดยมีบิ๊กล็อตในหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ทั้งกระดานต่างประเทศและในประเทศ รวมกว่า 4.8 แสนหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 202.75 บาท มีมูลค่ากว่า 98.98 ล้านบาท และซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) จำนวน 1 แสนหุ้น ที่ราคา 181 บาท มีมูลค่ารวม 18 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ “เท่ากับตลาด” แนะหุ้น KBANK, BBL และซื้อทหารไทย (TMB) คลายกังวลดอกเบี้ย ซึ่งก่อนหน้าดัชนีกลุ่มแบงก์ถูกกดจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับลดลงกว่า 13.4% จากต้นปี
“การประกาศคงดอกเบี้ย ทำให้ช่วยปลดล็อกความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ และกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลง เพราะหากอัตราดอกเบี้ยยังเป็นขาลงต่อเนื่องจะกดดันกำไรกลุ่มแบงก์ต่อเนื่อง”
บล.เอเซีย พลัส มีความเห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องปรับเพิ่มประมาณการผลการดำเนินงานปี 2558-2559 ของกลุ่ม แม้สมมติฐานส่วนต่างดอกเบี้ยปี 2558 ที่ 3.05% อยู่ภายใต้มุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% โดยทุก 0.25% ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้-ฝากลดลงจะกระทบกำไรกลุ่ม 0.67% จากเดิมถือเป็น โอกาสขึ้นที่ยังจำกัด อีกทั้งยังเผื่อไว้สำหรับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในช่วงที่เหลือของปีหากเศรษฐกิจฟื้นตัวล่าช้ากว่าคาด
ทั้งนี้ การปลดล็อกดังกล่าวช่วยคลายแรงกดดันต่อ KTB และ BBL ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดช่วงดอกเบี้ยขาลง โดยยังเห็นแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้-ฝาก 2 ครั้งที่ผ่านมาที่จะส่งผลเต็มที่ในงวดไตรมาส 2 และเริ่มผ่อนคลายในงวดไตรมาส 3 กลับมาเน้นที่เอ็นพีแอล ซึ่ง BBL, KBANK, TMB สำรองสูงสุด
ทั้งนี้ จากการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลรวมไปถึงการเพิ่มขึ้นที่มีนัยของสินเชื่อจัดชั้นประเภทกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ สินเชื่อที่ค้างชำระตั้งแต่ 1-3 เดือน ในงวดไตรมาสแรก หากธนาคารพาณิชย์บริหารจัดการไม่ดีจะนำไปสู่การเลื่อนตกชั้นไปเป็นเอ็นพีแอล และสร้างภาระต่อการตั้งสำรองหนี้เต็มจำนวนได้ในไม่ช้า และการสำรองหนี้เพิ่มอย่างมีนัย เช่น BBL เพิ่มขึ้น 1.77 หมื่นล้านบาท หรือ4.7% จากไตรมาสก่อนหน้า







