
maiระดม2หมื่นล.
mai ระดมทุนปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน ครึ่งหลังคึกคักบจ.ต้องการทุน
mai ระดมทุนปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน ครึ่งหลังคึกคักบจ.ต้องการทุน
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จะมีมูลค่าการระดมทุนใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนรวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ระดมทุนในตลาดแรก (ไอพีโอ) 9,916 ล้านบาท และการเพิ่มทุนหลังเข้าจดทะเบียน 10,659 ล้านบาท
สาเหตุที่ยังมั่นใจว่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันจะมีมูลค่าการระดมทุนรวมเพียง 7,988 ล้านบาท แบ่งเป็น เพิ่มทุน 6,272 ล้านบาท และไอพีโอเพียง 1,716 ล้านบาท เนื่องจากประเมินว่าหุ้นไอพีโอจะเริ่มเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อีกประมาณ 17 บริษัท จากครึ่งแรกของปีนี้เข้าจดทะเบียนเพียง 3 บริษัท และมีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นไอพีโอนี้จะทำได้ถึงระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.3 หมื่นล้านบาท
“มูลค่าการเพิ่มทุนไม่ได้แผ่วลง สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทใน mai ยังมีความต้องการเงินทุนเพื่อนำไปใช้ในการขยายธุรกิจ และเชื่อมั่นว่ามูลค่าระดมทุนทั้งปีน่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพราะราคาตลาดในปัจจุบันนี้ยังเป็นระดับที่จูงใจให้มีการระดมทุน” นายประพันธ์ กล่าว
ผู้จัดการ mai กล่าวว่า ตลาด mai มีการเติบโตมาโดยตลอดจนปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคประดับ 3.95 แสนล้านบาท มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเกือบ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 เท่า ตัวจาก 5 ปีก่อน สะท้อนให้เห็นศักยภาพของ mai และในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะจัดงาน “mai FORUM 2015 มหกรรมรวมพลังคน mai ยกกำลังสอง” นำ บจ.ใน mai 90 บริษัท ร่วมเป็นเจ้าภาพออกบูธเพื่อพบผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุน แนะนำธุรกิจ สินค้าและบริการของบริษัท
ทั้งนี้ ได้เจรจาให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)กรุงไทย และ บลจ.บัวหลวงจัดตั้งกองทุนเปิด มีนโยบายให้เข้ามาลงทุนในหุ้นmai คาดว่าน่าจะมี 1 กองทุน สามารถจัดตั้งได้ภายในปีนี้ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท และมีความเป็นไปได้ว่าขนาดของกองทุนจะมีการเติบโตแตะระดับ 1,000 ล้านบาท ได้ในอนาคต
การสนับสนุนให้ บลจ.จัดตั้งกองทุนเข้ามาลงทุนหุ้นใน mai เพื่อต้องการเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศ เพราะนักลงทุนเหล่านี้ถือว่ามีความเป็นมืออาชีพในการลงทุน วิเคราะห์ข้อมูลก่อนเข้าลงทุน และน่าจะมีส่วนช่วยลดความผันผวนการลงทุนหุ้นใน mai
ปัจจุบันสัดส่วนการซื้อขายหุ้นใน mai 97% มาจากนักลงทุนรายบุคคล และ 3% มาจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ
กรณีการพิจารณาแยกความชัดเจนระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ mai นั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดการและศึกษาภายใน เพื่อหาแนวทางแล้วค่อยนำหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ในส่วนของ ตลท.นั้น ขณะนี้มีมาร์เก็ตแคปของหุ้นเข้าใหม่ 1.4 แสนล้านบาท ดังนั้นทั้งปีน่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.5 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ระดับประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
“ภาวะดัชนีหุ้นอาจมีความผันผวนขึ้นๆ ลงๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นมาร์เก็ตแคปหุ้นเข้าใหม่ และมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทย ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังคงเป้าหมายเดิม” นางเกศรา กล่าว
ทั้งนี้ ตลท.ได้จัด “โครงการเงินทองต้องวางแผน” ตั้งเป้าหมายสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ สู่ประชาชนทั่วประเทศ 2 ล้านคน







