
ส่งออกอาหารชายแดนสดใส
คาดส่งออกอาหารชายแดนโตพรวด 30% กลุ่มผลไม้แปรรูป ขนมขบเคี้ยวเด่น
คาดส่งออกอาหารชายแดนโตพรวด 30% กลุ่มผลไม้แปรรูป ขนมขบเคี้ยวเด่น
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารไปจำหน่ายตามแนวชายแดนยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก โดยคาดว่าปีนี้ตลาดการค้าชายแดนของสินค้ากลุ่มนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 20-30%
“สินค้าขายดีอย่างเห็นได้ชัด คือ ผลไม้แปรรูป ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรส เครื่องแกงต่างๆ ซึ่งผู้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี” นายวิศิษฎ์ กล่าว
นอกจากการส่งสินค้าไปจำหน่ายแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารของไทยยังมีโอกาสเข้าไปลงทุนเปิดร้านอาหารรูปแบบแฟรนไชส์ในตลาดเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เช่น ข้าวมันไก่ และข้าวหมูแดง ซึ่งเป็นอาหารที่คนในประเทศเพื่อนบ้านรู้จักและนิยมรับประทาน
ขณะเดียวกัน การที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังคงเติบโตได้ดี เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโต เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญ โดยเฉพาะชาวจีนที่นิยม
ผลไม้ไทยทั้งชนิดสดและแปรรูป ซึ่งที่ผ่านมานิยมซื้อผลไม้แปรรูปและอบแห้งไปเป็นของฝาก ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวทำให้เห็นชัดเจนว่า ปีนี้ตลาดผลไม้ไทยดีกว่าที่ผ่านมามาก ยังไม่มีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคาตกหรือผลผลิตล้นตลาด
สำหรับภาพรวมการส่งออกอาหารในปีนี้ ประเมินว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงหรืออาจจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 9.7-9.8 แสนล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจของผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรปยังไม่ดี อีกทั้งในปีนี้จะมีการตัดยอดส่งออกอาหารสัตว์ออกจากการคำนวณยอดส่งออกอาหารรวมด้วย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกของสินค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณหมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี จะต้องดูความเคลื่อนไหวในไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงการสั่งซื้อสินค้าสำหรับช่วงเทศกาลปลายปี แต่อาจจะพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1 ล้านล้านบาท
ก่อนหน้านี้ สถาบันอาหารประเมินว่าการส่งออกอาหารของไทยในปี 2558 จะมีมูลค่าประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท เติบโต 6.9% จากปีที่ผ่านมา โดยตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 คือ อาเซียน คาดว่าจะขยายตัว 20% มีมูลค่ารวมประมาณ 2.2 แสนล้านบาท อันดับ 2 ญี่ปุ่น คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 5-6% อันดับ 3 จีน คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% มีมูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านบาท
อันดับ 4 ตลาดยุโรป ที่คาดว่าจะขยายตัว 1-2% มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท และอันดับ 5 สหรัฐอเมริกา คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 1-2% มีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท
ขณะที่สินค้าที่มีโอกาสขยายตลาดส่งออกได้สูง ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ไก่ กุ้ง ปลาทูน่ากระป๋อง และเครื่องปรุงรส และส่วนกลุ่มที่คาดว่าการส่งออกจะลดลง ได้แก่ น้ำตาลทราย และสับปะรดกระป๋อง เนื่องจากประเทศคู่แข่งเพิ่มปริมาณส่งออก







