
ร้องสอบเมล์เอ็นจีวีอีกรอบ
บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบประเด็นที่ไม่โปร่งใสในการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี
บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบประเด็นที่ไม่โปร่งใสในการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี
ต้องติดตามกันต่อสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างรถโดยสารปรับอากาศที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ล็อตแรก 489 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หลังบริษัทร่วมค้าเจวีซีซี ที่มีบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ชนะการประมูลเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด นายเค่อนั่วหลิน ประธาน บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบประเด็นที่ไม่โปร่งใสในการประมูลโครงการนี้
หนังสือร้องเรียน ระบุว่า ตามที่ ขสมก.ได้จัดให้มีการประกวดราคาซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ซึ่งกลุ่มบริษัทร่วมค้า เจวีซีซี เป็นผู้ชนะการประกวดราคา แต่บริษัท เบสท์รินฯ ขอให้มีการตรวจสอบโครงการนี้ เนื่องจากมีเหตุที่ส่อให้เห็นความไม่โปร่งใส และก่อให้เกิดความเสียหาย
โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาต่อรองราคาค่าซ่อมบำรุงรถในปีที่ 6-10 นั้น ขสมก. ไม่เปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคา อีกรายเข้าร่วมเจรจาต่อรอง ขณะที่ผู้ชนะการประกวดราคาได้เสนอข้อมูลคุณสมบัติกับ ขสมก. ว่า ดำเนินการประกอบรถโดยสารในประเทศ แต่มีข้อมูลว่าบริษัทแห่งนี้นำเข้ารถโดยสารสำเร็จรูปทั้งคันจากต่างประเทศ และปัจจุบันได้เปิดสายการผลิต ในต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว
สำหรับบริษัท เบสท์รินฯ เป็น 1 ใน 2 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประกวดราคาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี แต่ปรากฏว่าบริษัทร่วมค้าเจวีซีซีของกลุ่ม ช.ทวี ดอลลาเซียน เสนอราคาต่ำสุด โดยเสนอราคาจัดหารถต่ำกว่าราคากลางเฉลี่ย 1 แสนบาท/คัน หรือลดจาก 3.65 ล้านบาท/คัน เหลือ 3.55 ล้านบาท/คัน ทำให้วงเงินรวมลดลง 1,784 ล้านบาท เหลือ 1,738 ล้านบาท
แต่เมื่อรวมกับค่าซ่อมบำรุงปีที่ 1-5 ที่ 925 บาท/คัน/วัน หรือคิดเป็น 825 ล้านบาท และค่าซ่อมบำรุงปีที่ 6-10 อีก 1,460 ล้านบาท จะทำให้มูลค่าโครงการอยู่ที่ 4,023 ล้านบาท
ทั้งนี้ ขสมก.จะเสนอผลการประกวดราคาต่อคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. วันที่ 12 มิ.ย.คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้วันที่ 15 มิ.ย.นี้
ภาพประกอบข่าว







