posttoday
ค่ายญี่ปุ่นปลุกเกมรุก เครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชีย

ค่ายญี่ปุ่นปลุกเกมรุก เครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชีย

12 มิถุนายน 2558

ปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยุโรปและอเมริกา

ปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายธุรกิจต้องหันมาพึ่งพาการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น รวมถึงกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยในปี 2558 พบว่าทุกรายต่างปักธงรุกตลาดเอเชีย เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังเฟื่องฟู โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน

แต่ที่เห็นจะออกมาเปิดเกมรุกตลาดเอเชียครั้งใหญ่ในปีนี้ คือ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของค่ายญี่ปุ่น หลังจากพบว่ากลุ่มคนระดับกลางถึงระดับบนมีกำลังซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงทำให้แต่ละค่ายเริ่มเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาชิงแชร์ยอดขายจากค่ายเกาหลี ที่เข้ามาเปิดเกมรุกตลาดเอเชียอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้ค่ายญี่ปุ่นเซไปพอสมควร

การออกมาเปิดเกมรุกของค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นในครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ออกมาเปิดเผยอย่างเต็มปากเต็มคำว่าต้องการทวงบัลลังก์เจ้าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เมื่อดูจากกลยุทธ์ที่แต่ละค่ายออกมาเปิดเกมรุกมากขึ้น หากทำสำเร็จตามแผนก็น่าจะโกยยอดขายเข้ากระเป๋าได้มากพอสมควร

กลุ่มบริษัท พานาโซนิค ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ายญี่ปุ่นที่ออกมาประกาศชัดเจนว่าจะหันมารุกทำตลาดในภูมิภาคเอเชียอย่างจริงจัง ด้วยวางเป้าหมายภายใน 3 ปีนับจากนี้นับตั้งแต่ปี 2559-2561 จะต้องมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากภูมิภาคเอเชียเพิ่มเป็น 15% ให้ได้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 13.5%

ยูจิ มาจิมะ กรรมการผู้จัดการ พานาโซนิค แอพพลายแอนซ์ มาร์เก็ตติ้ง เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมารุกทำตลาดในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เพราะเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ โดยล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้เปิดตัวสำนักงานใหญ่ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อดูแลตลาดในภูมิภาคอาเซียน หลังจากก่อนหน้าได้เปิดสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนไปแล้วเพื่อดูแลตลาดในเอเชียแปซิฟิก

เหตุผลที่ทำให้พานาโซนิคตัดสินใจเลือกประเทศมาเลเซียเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และมีโรงงานผลิตสินค้ามากถึง 7 แห่ง ขณะที่ประเทศไทยมี 6 แห่ง เวียดนาม 2 แห่ง สิงคโปร์ 2 แห่ง อินโดนีเซีย 1 แห่ง และฟิลิปปินส์ 1 แห่ง

สำหรับการทำตลาดในภูมิภาคเอเชีย พานาโซนิคมีแผนจะเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับสินค้าต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักสินค้า ซึ่งในส่วนของสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวเข้ามาทำตลาดในปีนี้ จะเน้นไปที่เทคโนโลยี 4K ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าทีวีจะใช้เทคโนโลยี 4K VIERA TV กลุ่มสินค้าเครื่องเล่นดีวีดีและวีซีดี ที่ใช้เทคโนโลยี 4K UP-Conversation BD Play กลุ่มสินค้าเครื่องเสียงจะใช้เทคโนโลยี 4K Theater System และกลุ่มกล้องจะชูเทคโนโลยี 4K LUMIX

สินค้าดังกล่าวที่นำมาเปิดตัวจะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยควบคู่ไปกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน โดยปัจจุบันไทยมีภาพรวมรายได้อยู่ในอันดับ 4 ของภูมิภาคอาเซียน รองจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

นอกจากนี้ ภาพรวมของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียยังถือว่ามีศักยภาพ และเป็นภูมิภาคที่มีคนหนุ่มสาวอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันหากมองภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียก็ถือว่าดีกว่ายุโรปและอเมริกา จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้บริษัทมียอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น

หลังจากหันมารุกขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น พานาโซนิคคาดว่าจะมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และกลุ่มเครื่องเสียงปี 2561 อยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาพรวมรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจทั่วโลกในปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ 10 ล้านล้านเยน 

ด้านยักษ์ใหญ่อย่าง โซนี่ ก็เห็นความสำคัญของตลาดเอเชีย ด้วยการหันมารุกตลาดเอเชียมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มชนชั้นกลางถึงบนเริ่มหันมาซื้อสินค้าของโซนี่มากขึ้น จึงทำให้โซนี่เล็งเห็นโอกาสในการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น

ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย กล่าวว่า กลยุทธ์ที่บริษัทแม่จะนำมาใช้สำหรับการรุกตลาดเอเชียนับจากนี้ คือ การให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของบริษัทในอนาคต ด้วยการนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน ก็จะหันมาเน้นการทำกิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ผ่านพันธมิตรเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับ โซนี่ มิวสิค หรือโซนี่ พิคเจอร์ และล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าเทคโนโลยีใหม่ในกลุ่มทีวี ภายใต้ชื่อ บราเวีย แอนดรอยด์ ทีวี เข้ามาทำตลาดมากกว่า 10 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อมกับการรับชมทีวี

ปัจจุบัน โซนี่ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อดูแลตลาดในอาเซียน ขณะที่ฐานผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล้องถ่ายภาพ และเครื่องเสียงรถยนต์ จะตั้งอยู่ในประเทศไทย ส่วนกลุ่มทีวีมีโรงงานผลิตอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย โดยหลังจากออกมารุกหนักมั่นใจว่าสิ้นปีจะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

แม้ว่าไทยจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่การที่ค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นออกมารุกหนักย่อมส่งผลให้ตลาดดุเดือดขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน