
ทีดีอาร์ไอ ห่วง 4 ประเด็น ร่าง'พ.ร.บ.กสทช.'ใหม่
ทีดีอาร์ไอ ชี้ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ เอื้อเอกชน มากกว่าประชาชน ห่วง 4 ประเด็นหลัก
ทีดีอาร์ไอ ชี้ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ เอื้อเอกชน มากกว่าประชาชน ห่วง 4 ประเด็นหลัก ทั้งเงินประมูลคลื่นความถี่ กสทช.ให้เข้ากองทุนดิจิทัลฯ เป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ กระทบวินัยการคลัง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงาน เสวนา NBTC Public Forum 2/2558 เรื่อง “พระราชบัญญัติ กสทช. : สิ่งที่อยากเห็นและควรเป็น” ว่า ร่าง พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ปี 2558 เป็นการกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อกลุ่มทุนมากกว่าผู้บริโภค จึงเป็นการแก้กฎหมาย กสทช.ครั้งใหม่ที่สร้างความเสียหายอย่างมากมายต่อประเทศ และไม่ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีประเด็นของร่างฯ นี้ที่น่าเป็นห่วง 4 เรื่องได้แก่
1.การแก้กฎหมายให้เงินประมูลคลื่นความถี่ทั้งโทรคมนาคมและกระจายเสียง ต้องแบ่ง 25% จากการประมูล นำเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายได้จากสำนักงานกสทช.25% เข้ากองทุนดิจิทัลฯ รวมถึง รายได้จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เข้ากองทุนดิจิทัลฯ ทำให้ปีแรกกองทุนดิจิทัลฯ มีเงินสูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาท มาจากการประมูลคลื่นความถี่4จี ที่มีขึ้นในสิ้นปีนี้ แต่กองทุนดิจิทัลฯ จึงเป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ จึงไม่รักษาวินับการคลัง ทั้งที่ควรจัดตั้งงบผ่านสภา
2.การประมูลคลื่นความถี่ ที่ไม่ให้ใช้วิธีประมูลเท่านั้น แต่เปิดให้ใช้วิธีการคัดเลือกได้ และไม่ต้องแข่งขันราคา จึงเป็นวิธีที่ย้อนยุค และอาจเกิดการนำคลื่นไปขายต่อให้แก่ผู้ที่ไม่ประมูล จึงจะสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก 3.งบประมาณและทำงานของ กสทช. ที่ต้องปรับแก้ให้การใช้จ่ายงบต้องผ่านสภาเท่านั้น จึงจะโปร่งใส รวมทั้งร่างฯ ใหม่แก้ให้ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. หรือ กตป. กลายเป็นหน่วยงานประเมินภายใน ซึ่งไม่แก้ปัญหาการทำงาน กสทช.
4.การคุ้มครองผู้บริโภค ที่ กสทช.ไม่สนใจกำกับดูแล และไม่เข้าข้างผู้บริโภคมากนัก ทั้งที่ควรต้องสร้างกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคให้เข้มแข็งมากที่สุด ซึ่งท้ายที่สุด หากไม่สามารถแก้ไขการคุ้มครองผู้บริโภคได้ ในระยะยาว อาจต้องตั้งอค์กรอิสระที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง เหมือนประเทศออสเตรเลีย
นายสมเกียรติ กล่าวต่อถึง ทีวีดิจิทัล ที่มีบางช่องประสบปัญหาขาดทุนและมีข้อเสนอให้ ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 นั้น มาแก้ปัญหาทีวีดิจิทัลนั้น ไม่เห็นด้วย เพราะกฎหมาย กสทช. ที่มีอยู่ สามารถแก้ปัญหาเรื่องทีวี ดิจิทัลได้ ทั้งการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น มาร่วมขยายธุรกิจ รวมทั้งการให้มีการจัดทำประชาสัมพันธ์โครงการทีวีดิจิทัล การแจกคูปองทีวี ดิจิทัล และการติดตั้งโครงข่ายรับสัญญาณทีวี ดิจิทัล (มักซ์)
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่มีการแก้ไขหลายด้าน ทั้งการสรรหา กรรมการ กสทช. เงินสำนักงาน กสทช. การประมูล การประเมินผล และการคุ้มครองผู้บริโภค โดยร่างฯ นี้ หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำไปปรับแก้ใน สปช.และเสนอต่อกฤษฎีกา ก่อนเสนอสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป







