
‘ตลาดคนวัยเก๋า’
โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล
โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล
ปัจจุบันอัตราผู้สูงอายุในประเทศไทยเราตอนนี้มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากในปี 2557 ประเทศไทยมีผู้สูงวัย 9.4 ล้านคน อีก 10 ปีข้างหน้า จะมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 14.4 ล้านคนเชียวนะครับ และสิ่งนี้เป็นความจริงที่ประเทศเรากำลังจะเผชิญในอนาคตก็คือ “สังคมผู้สูงอายุ” ซึ่งผมมองว่านี่คืออีกโอกาสทางธุรกิจ ที่มีตลาดรองรับในอนาคตอยู่เห็นๆ เลยครับ
กลุ่มเป้าหมายที่เราเรียกว่า “ผู้สูงวัย” นี้ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมหาศาลและยอมจ่ายทุกสิ่งที่มองว่าทำให้เค้าได้รับความสุข แข็งแรง และมีอายุยืนยาว ถ้าเราสามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเหล่านี้ได้แล้ว ยังไงธุรกิจก็โตติดลมบนแน่นอนครับ ทั้งนี้ ผมขอเริ่มต้นง่ายๆ ให้ท่านเห็นภาพด้วยการแบ่งตลาดของกลุ่มผู้สูงวัยนี้ออกเป็น 2 ประเภทง่ายๆ ซึ่งสินค้า/บริการที่จะมาตอบโจทย์แต่ละตลาดมาจาก insight หรือความต้องการที่แตกต่างกันครับ
1) Wellness ผู้สูงวัยที่ไม่ได้ป่วย แต่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน กลุ่มเป้าหมายนี้มีกำลังซื้อสูง พร้อมจ่ายเพื่อความสะดวกสบาย เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีให้แก่ตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม และสินค้าประเภท Anti-ageing
2) Illness ผู้สูงวัยที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่น ผ้ายกตัวคนแก่ ผ้ายกตัวอาบน้ำ ซึ่งกลุ่มนี้ผู้ซื้อไม่ได้ใช้เอง แต่เป็นลูกหลานที่ซื้อให้พ่อแม่ที่สูงวัยแล้ว ซึ่งมีกำลังซื้อสูงเช่นกัน
แนวโน้มตลาด Wellness เติบโตขึ้นทุกปี ทั้งกระแสการรักสุขภาพที่มาแรง แปลว่าถึงเราจะแก่ขึ้น แต่มีการดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้ป่วยไข้ และพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อปรนเปรอความสุขให้แก่ตนเอง อนาคตน่าจะมีสินค้า/บริการรูปแบบใหม่ๆ ออกมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงวัยเหล่านี้ เช่น ทัวร์ท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มสูงวัยควรจะมีระยะทางไม่ไกลมาก มีการแวะพักให้เข้าห้องน้ำบ่อยๆ พร้อมมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น รถเข็น ให้ด้วย หรือสินค้าอย่างไม้ช่วยพยุงหรือไม้เท้าแบบมีไฟฉายในตัวเผื่อใช้เวลาตื่นมาเข้าห้องน้ำยามกลางค่ำกลางคืนครับ
ประเทศหนึ่งที่น่าสนใจที่สามารถไปศึกษาการทำธุรกิจหรือการทำการตลาดสินค้า/บริการสำหรับผู้สูงวัยได้ คือ ญี่ปุ่นครับ เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆ ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมาตั้งแต่ปี 2513 เป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ดังนั้น ผู้ประกอบการญี่ปุ่นได้มีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เหมาะกับผู้สูงวัยกันมานานแล้ว
อย่างซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งปรับเวลาเปิดทำการจากปกติ 9 โมงเช้าเป็น 7 โมงเช้า เพราะผู้ใหญ่วัยนี้ตื่นเช้า ส่วนการจัดพื้นที่วางสินค้า ก็จะมีการจัดพื้นที่แยกต่างหากโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงวัย พร้อมป้ายเขียนคำว่า มุมสินค้าเพื่อสุขภาพ แทนการบอกว่าสำหรับผู้สูงวัยซึ่งเป็นการเข้าใจ insight ว่าใครๆ ก็คงไม่อยากโดนเรียกว่าคนแก่นะครับ อีกสินค้าที่น่าสนใจคืออาหารสำเร็จรูปที่มีหลากหลาย เค้าเน้นให้หน้าตาคล้ายของจริงให้มากที่สุด มีระดับของเนื้ออาหารที่แตกต่างกันให้เหมาะกับการเคี้ยวของผู้สูงวัย ตั้งแต่เคี้ยวง่าย เคี้ยวได้ด้วยเหงือก ไปจนถึงเคี้ยวได้ด้วยลิ้นเลยครับ
อีกสินค้าอย่าง รองเท้า ก็มีการพัฒนาและใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เพื่อตอบโจทย์คนวัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นซื้อรองเท้าสองข้างที่เบอร์ต่างกัน สามารถปรับขนาดได้ ทั้งความสูงของส้น ความกว้างของหน้าเท้า เป็นต้น เห็นได้ชัดว่าผู้ประกอบการญี่ปุ่นเค้าทำธุรกิจโดยใช้ทั้งนวัตกรรมผสมผสานกับความใส่ใจในรายละเอียดความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำเสนอสินค้า/บริการออกให้ตอบโจทย์โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
จากตัวอย่างที่เล่าไป ผมคิดว่าท่านผู้ประกอบการหลายท่านน่าจะเริ่มเห็นภาพและมีไอเดียที่จะปรับธุรกิจของท่านเพื่อเตรียมตัวสำหรับอนาคตที่ยุควัยเก๋าครองเมืองกันบ้างนะครับ ทำอย่างไรที่จะให้ได้ใจคนวัยเก๋า กลุ่มที่มีทั้งกำลังซื้อและความภักดีต่อสินค้า/แบรนด์สูง สิ่งนี่ท่านต้องเริ่มคิดและเตรียมตัวลงมือลุยได้แล้วครับ







