posttoday
มูดี้ส์ปลอบแบงก์ไทยยังแกร่ง ตั้งสำรองสูงฝ่าหนี้เน่าไหว

มูดี้ส์ปลอบแบงก์ไทยยังแกร่ง ตั้งสำรองสูงฝ่าหนี้เน่าไหว

11 มิถุนายน 2558

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ออกรายงานแนวโน้มระบบธนาคารไทย ยืนยันว่าในภาพรวมนั้นอันดับเครดิตของกลุ่มธนาคารไทยจะยังคงมีเสถียรภาพในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ก็ยังต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ท้าทายขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัวได้ต่ำ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันการบริโภค ซึ่งจะฉุดให้สินทรัพย์ของธนาคารด้อยค่าลงมากขึ้นด้วย

รายงานซึ่งประเมินแนวโน้มธนาคารในไทย 12 แห่ง ย้ำว่า สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารจะยังคงท้าทาย เพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยนั้นอาจจะล่าช้าออกไปอีก เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่จะส่งผลต่อเนื่องไปยังการลงทุนและการบริโภคตามมา โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศนั้นมีปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเป็นตัวฉุดอยู่ก่อนแล้ว

จากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว จึงคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย น่าจะขยายตัวได้เพียง 3% เท่านั้นในปีนี้ ก่อนจะขยับขึ้นในระดับ 4-6% ระหว่างปี 2559-2561

ความท้าทายเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่จะฉุดให้คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทยด้อยค่าลงอีก เพราะภาคครัวเรือนที่มีหนี้ท่วมและกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะบริหารจัดการหนี้ได้อย่างยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม นโยบายผ่อนปรนทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็จะช่วยจำกัดผลกระทบของลูกหนี้เหล่านี้และช่วยให้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารไทยไม่ขยายวงรุนแรงมากนัก

ทั้งนี้ อีกแนวต้านสำคัญที่จะช่วยดูดซับความเสี่ยงของกลุ่มธนาคารได้ก็คือ การทยอยตั้งสำรองความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นมากในปี 2555 และ 2556 จนระดับการตั้งสำรองหนี้เสียทะยานขึ้นไปแตะ 146% ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2557 และ ณ สิ้นสุด ไตรมาสแรกปี 2557 อัตราการตั้งสำรองความเสี่ยงเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) ก็ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 13% ในขณะที่อัตราส&O3242;วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 16.3%

จีน ฟาง รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายสถาบันการเงินของมูดี้ส์ กล่าวว่า ภาคธนาคารไทยยังคงมีเสถียรภาพที่ดี แม้ว่าจะเผชิญความท้าทาย เช่น ภาคค้าปลีกของไทยที่ค่อนข้างใหญ่กว่าในบางประเทศอาเซียน แต่กลับต้องเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือน ทำให้สินเชื่อไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้มาก อย่างไรก็ตามการลดดอกเบี้ยของ ธปท. ก็พอช่วยบรรเทาแรงกดดันได้

“ผมคิดว่าการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากจะช่วยแบงก์โดยตรงในแง่ลดแรงกดดันสัดส่วนเงินกู้ต่อเงินฝาก LTD แล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินกู้ของกลุ่มเอสเอ็มอีลงได้ในแง่ของการชำระหนี้ ขณะเดียวกันก็ยังเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับความเสี่ยงที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้” ฟาง กล่าว

ทางด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของกลุ่มแบงก์นั้นก็ยังคงมีเสถียรภาพเช่นกัน สัดส่วน LDR จะยังคงอยู่ที่ระหว่าง 95-97% เนื่อง จากคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้ไม่มากนัก ขณะที่ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมแล้วยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันแรงกดดันด้านเครดิตคอสต์ที่ลดลงและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนกำไรของกลุ่มธนาคารได้

สำหรับแนวโน้มภาพรวมของไทยนั้น คริสเตียน เดอ กุสมาน รองประธานและนักวิเคราะห์อาวุโสด้านความเสี่ยงอันดับเครดิตประเทศ กล่าวเสริมว่า การกลับสู่ประชาธิปไตยของไทยยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อเครดิตเรตติ้งของไทย แต่การเมืองก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะส่งผลต่ออันดับครดิตของไทย เพราะที่สำคัญกว่าก็คือการมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการด้านการคลัง และความแข็งแกร่งของภาคการเงินการธนาคาร

อย่างไรก็ตาม แม้อันดับเครดิตของไทยจะมีเสถียรภาพ แต่ก็ถือเป็นเสถียรภาพซึ่งคงที่เดิมมาตลอดช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่่อินโดนีเซียและฟิิลิปปินส์ ซึ่งเคยมีอันดับเครดิตตามหลังไทยถึงราว 6 ขั้น ปัจจุบันได้ขยับไล่ขึ้นมาจนตามหลังเพียงแค่ 1-2 อันดับเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท