
ลุ้นกนง.ชี้ชะตาหุ้น
ลุ้นระทึก!! กนง.วันนี้จะลงหรือคงดอกเบี้ย โบรกฯเสียงแตกไม่ฟันหลังพลิกล็อกงวดก่อน
ลุ้นระทึก!! กนง.วันนี้จะลงหรือคงดอกเบี้ย โบรกฯเสียงแตกไม่ฟันหลังพลิกล็อกงวดก่อน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยรูดลงแรงอีกครั้ง มาซื้อขายต่ำกว่าระดับ 1,500 จุด โดยปิดที่ 1,492.32 จุด ลดลง 15.96 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,147.47 ล้านบาท ต่างชาติขายเล็กน้อย 499 ล้านบาท สถาบันของไทย ส่วนรายย่อยเก็บ 2,019 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ของโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่รูดแรง 1-2% เพราะนอกจากปัจจัยลบของแต่ละประเทศแล้ว ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเริ่มมีผลมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศนักลงทุนจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 10 มิ.ย. ที่ลุ้นกันว่าจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5%
นอกจากนี้ จากการสำรวจบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งพบว่า มีความเห็นแตกต่างกันเรื่องผลประชุม กนง. บางรายมองว่าจะคงดอกเบี้ยที่เดิมคือ 1.5% ประกอบด้วย บล.เคเคเทรด บล.ธนชาต บล.ฟินันเซีย ไซรัส ขณะเดียวกันก็มีหลายรายที่มองว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% คือ บล.โนมูระ พัฒนสิน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนัก 50:50 ทั้งลงและคงดอกเบี้ย ขณะที่ผลสํารวจของบลูมเบิร์ก พบว่านักเศรษฐศาสตร์ 19 จาก 20 คนมอง กนง.จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม หาก กนง.ตัดสินใจลดดอกเบี้ย ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์ตลาดอีกครั้งหนึ่ง และอาจกระทบกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์เล็กน้อย โดยกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของกลุ่มเหลือ 0.1-0.12% และกระทบกำไรของกลุ่มประมาณ 0.6-0.7% โดยยังคงคำแนะนำซื้อธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ จะทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง ขณะที่ราคาหุ้นยังถูกเทียบกับแนวโน้มการเติบโตในระยะกลาง
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวลง อยู่ในแดนลบตลอดเวลา ไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ด้วยแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อจีนชะลอตัว สร้างแรงกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด รวมถึงปัญหาหนี้กรีซที่ยังกดดัน แม้กรีซจะขอเลื่อนการชำระเงินกู้ออกไปได้ แต่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูงและเสี่ยงกรีซอาจจะต้องพ้นความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อีกทั้งราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลง ทำให้มีแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงานออกมากดดันอีกด้วย
สำหรับตลาดวันที่ 10 มิ.ย. คาดดัชนีหุ้นแกว่งลงต่อ ขณะที่การประชุม กนง.เสียงส่วนใหญ่ในตลาด และ บล.ทิสโก้ คาดว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิม 1.5% ซึ่งถ้าเป็นไปตาม
คาดการณ์ จะส่งผลเป็นกลางต่อการลงทุน แต่หาก กนง.สร้างความประหลาดใจด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง จะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มลีสซิ่ง แต่จะกดดันหุ้นในกลุ่มธนาคาร จากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) จะลดลง
ด้านกลยุทธ์สำหรับนักเก็งกำไร หากดัชนีไม่หลุดต่ำกว่า 1,490 จุด พอจะเก็งกำไรได้ แต่หากหลุดต่ำกว่า 1,495 จุด มองจบรอบรีบาวด์ แนะถือเงินสดเพิ่ม เพื่อไปรอซื้อกลับที่ระดับ 1,470 จุด พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,490-1,477 จุด แนวต้าน 1,500-1,510 จุด
นายยศพณ แสงนิล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน เปิดเผยว่า ดัชนีปรับตัวลง ปัจจัยกดดันจากจากกลุ่มผู้ค้าน้ำมัน (โอเปก) คงการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิมส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงต่อ จากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ราคาปิดที่ 58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 0.99 เหรียญสหรัฐ หรือ 1.7% จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงานให้ปรับลดลงแรง
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังจากปรับตัวขึ้นมา 2-3 วัน จึงทำให้นักลงทุนเริ่มทยอยขายเพื่อทำกำไร และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับลดลงจากความกังวลในการประชุม กนง.ที่มีหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ย แต่ทาง บล.ยูโอบี เคย์เฮียน คาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5%
สำหรับหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจเก็งกำไรก่อนหน้านี้ เช่น บริษัท เจ มาร์ท (JMART) ปิดที่ 10 บาท รูดลง 0.50 บาท หรือ 4.76% ส่วนบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) อ่อนตัวลงต่อ 0.70 บาท หรือ 4.9% ปิดที่ 13.60 บาท อย่างไรก็ตามมีแรงไล่ซื้อหุ้นที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจทีวีดิจิทัล นำโดยบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) บวก 2 บาท หรือ 5.41% ปิดที่ 39 บาท และบริษัท อาร์เอส (RS) ปิดที่ 13.30 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 4.72% เล่นข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินค่าสัมปทานค่าประมูลใบอนุญาต
ขณะที่ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP-W1) เข้าซื้อขายวันแรก ตลาดไม่เอื้ออำนวย ทำให้ราคาปิดที่ 0.52 บาท มูลค่าซื้อขาย 476.08 ล้านบาท จากราคาเปิดที่ 0.58 บาท และปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 0.73 บาท ลงต่ำสุดที่ 0.49 บาท







