
อินทัชฯดูเชิงทีวีดิจิทัล ลุยร่วมทุนคอนเทนต์
อินทัช โฮลดิ้ง ลงขัน 20 ล้านบาท ในโปรเจกต์คอนเทนต์ซีรี่ส์แรกของปี โดยเป็นการทำงานร่วมกับบริษัทผลิตสื่อโทรทัศน์ชื่อดังอย่างกันตนา หวังพัฒนาวงการละครมาปรับใช้กับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เป็นการซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์ชื่อดังจากต่างประเทศ กอสซิปเกิร์ล มาสร้างใหม่พร้อมใช้ทีมนักแสดงใหม่ทั้งหมด
อินทัช โฮลดิ้ง ลงขัน 20 ล้านบาท ในโปรเจกต์คอนเทนต์ซีรี่ส์แรกของปี โดยเป็นการทำงานร่วมกับบริษัทผลิตสื่อโทรทัศน์ชื่อดังอย่างกันตนา หวังพัฒนาวงการละครมาปรับใช้กับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เป็นการซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์ชื่อดังจากต่างประเทศ กอสซิปเกิร์ล มาสร้างใหม่พร้อมใช้ทีมนักแสดงใหม่ทั้งหมด
คิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานบริหารการลงทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า การลงทุนร่วมกันครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวแรกในการเข้ามาสู่ธุรกิจดิจิทัลทีวีอย่างเป็นทางการ หลังจากหยุดการทำงานด้านเนื้อหาหรือคอนเทนต์ไปตั้งแต่ปี 2551
“อินทัชยังอยู่ในช่วงศึกษาธุรกิจคอนเทนต์ด้านดิจิทัลทีวีอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่าการจะหารายได้หรือสร้างโอกาสในกลุ่มธุรกิจนี้ ต้องใช้เวลาที่จะสร้างรายได้คุ้มทุนและมีหลายวิธีที่จะได้ใบอนุญาต นอกจากการประมูล ซึ่งการร่วมทุนในคอนเทนต์ต่างๆ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นการสนับสนุนธุรกิจนี้ให้เดินต่อไปได้” คิมห์ กล่าว
บริษัทไม่ได้ตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดหรือผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นแบบหน้าจอทางเลือกที่ 2 (Second Screen) เพราะถือว่ายังเป็นสิ่งใหม่และการจะเข้าถึงผู้รับชมทั่วไปได้นั้นต้องใช้เวลา เพราะคนไทยยังคุ้นเคยกับการดูละครย้อนหลังหรือหน้าจอทีวีมากกว่า ซึ่งการที่มีแอพพลิเคชั่นแบบนี้เชื่อว่าจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมากกว่าผู้ชมทั่วไป
“การรับชมซีรี่ส์แบบหน้าจอทางเลือกที่ 2 นี้มีความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ เพราะช่วยให้ผู้สร้างได้มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) กับซีรี่ส์ขณะรับชม กลายเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตได้เข้าถึงลูกค้าในช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทีวีและดีไวซ์อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตพร้อมกัน ถือว่าเป็นรูปแบบบริการใหม่ที่ไม่ซ้ำแบบใคร” คิมห์ กล่าว
ด้าน ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิต บริษัท กันตนา กรุ๊ป กล่าวว่า การร่วมมือกับทั้งช่อง 3 เอไอเอส และอินทัชนั้น ถือว่าเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น เพราะกันตนาเป็นบริษัทผลิตสื่อรายการโทรทัศน์ที่มีความชำนาญในการผลิตคอนเทนต์มากกว่าความเข้าใจเชิงลึกเรื่องเทคโนโลยี
“รูปแบบของการร่วมมือนั้น แบ่งเป็น อินทัช เข้ามาเป็นบริษัทร่วมทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์มาทำใหม่ ส่วนเอไอเอสเข้ามาช่วยเรื่องการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ซึ่งทั้งสองบริษัทถือว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและมีฐานลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งซีรี่ส์กอสซิปเกิร์ลนี้ จะออกอากาศทางช่อง 3 เวลา 23.15 น. ซึ่งเป็นเวลาที่มองว่าเหมาะสมกับกลุ่มผู้รับชมวัยรุ่นที่นอนดึกอยู่แล้ว” ปิยะรัฐ กล่าว
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ กล่าวว่า ระบบทีวีดิจิทัลมีการแข่งขันเรื่องคอนเทนต์สูงมาก เพราะมีทางเลือกถึง 24 ช่อง ถึงแม้กลุ่มช่อง 3 จะมีจำนวนช่องถึง 3 ช่อง แต่ก็ยังต้องการคอนเทนต์ที่เรียกกระแสได้ เห็นได้จากความนิยมในการรับชมทีวีย้อนหลังหรือการพูดคุยในสื่อสังคมออนไลน์ ล้วนเป็นกระแสให้ซีรี่ส์เรื่องนั้นๆ โดนใจผู้ชม
“ทางสถานีมีความคาดหวังว่าจะมีผู้ชมติดตามและใช้เวลาอยู่กับสถานีนานขึ้น เพราะพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนจากการดูผ่านทีวีซึ่งเป็นสื่อหลัก มาเป็นการดูย้อนหลังหรือดูผ่านสมาร์ทดีไวซ์มากขึ้นและใช้เวลาอยู่กับสถานีน้อยลง ดังนั้นการหาคอนเทนต์เพื่อเรียกเรตติ้งนั้นต้องคัดเลือกจากความนิยมของผู้ชมมากกว่า
ซีรี่่ส์ทั่วไป” สุรินทร์ กล่าว







