
3เดือนลูกค้ายกเลิกประกันชีวิตหมื่นล้านบาท
คปภ.เผย 3 เดือน ลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์ขอเงินคืนพุ่งหมื่นล้านบาท
คปภ.เผย 3 เดือน ลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์ขอเงินคืนพุ่งหมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานว่า 3 เดือนแรกลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตเพื่อขอเงินคืน หรือ เวนคืนกรมธรรม์ ในไตรมาสแรกมีจำนวนมากถึง 1.08 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 36.59% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าไม่มีมาชำระเบี้ยประกัน จึงยกเลิกกรมธรรม์ และการขายประกันที่ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เมื่อมีมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์จึงมีการขอยกเลิกกรมธรรม์จำนวนมาก
ขณะที่ บริษัทประกันชีวิตทั้งระบบทำกำไรสุทธิได้ 1.18 หมื่นล้านบาท ลดลง 33.75% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานลดลง 7,594.80 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านบาท ลดลงคิดเป็น 37.48% สวนทางค่าใช้จ่ายที่ลดลง โดยเฉพาะค่านายหน้าลดลงอย่างมากเหลือ 1.89 หมื่นล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.96 หมื่นล้านบาท หรือ ลดลงคิดเป็น 61.90% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดลง 15.35%
สำหรับ สาเหตุที่ทำให้กำไรลดลงอย่างมาก เป็นผลมาจากเบี้ยประกันภัยรับสุทธิลดลง 4.22 หมื่นล้านบาท อยู่ที่ 1.29 แสนล้านบาท ลดลงคิดเป็น 24.65% รายได้สุทธิจากการลงทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.37%
นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เตือนผู้เอาประกันชีวิตที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว ให้ชำระเบี้ยประกันชีวิตตามกำหนดเวลาจนกระทั่งครบสัญญา อย่ายกเลิกการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนเวลาที่สัญญากำหนด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดผลเสีย คือ ผู้เอาประกันชีวิตจะได้รับเงินคืนน้อยกว่าเบี้ยประกันชีวิตที่ได้จ่ายไป และหากจะทำสัญญาประกันชีวิตฉบับใหม่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแพงขึ้น เพราะการทำประกันชีวิตนั้น ถ้าผู้เอาประกันชีวิตมีอายุสูงขึ้นในวันทำสัญญาจะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแพงขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือตลอดชีพที่ยังคงมีผลบังคับอยู่ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป มีมูลค่าเงินสด สามารถที่จะกู้เงินออกกมาใช้ได้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเมื่อเทียบกับแหล่งกู้อื่นๆ







