
'บูสต์มายเซล' เพื่อนคู่คิดธุรกิจค้าออนไลน์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจการค้าขายบนโลกออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) จะยังคงเป็นกระแสการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างรุนแรงทีเดียว และยังคงทำเงินให้กับเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ อย่างไรก็ตาม สำหรับ พริยันกา และอภิชาเก รุงตา สองสามีภรรยาชาวอินเดีย ไอเดียทางธุรกิจของทั้งสองก้าวล้ำหน้ากระแสไปไกลแล้ว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจการค้าขายบนโลกออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) จะยังคงเป็นกระแสการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างรุนแรงทีเดียว และยังคงทำเงินให้กับเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ อย่างไรก็ตาม สำหรับ พริยันกา และอภิชาเก รุงตา สองสามีภรรยาชาวอินเดีย ไอเดียทางธุรกิจของทั้งสองก้าวล้ำหน้ากระแสไปไกลแล้ว
โอกาสทางธุรกิจย่อมมาพร้อมกับการแข่งขันในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซที่นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจหน้าใหม่ได้ลงสนาม แต่สนามแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยคู่แข่งขันแล้วเช่นกันดังนั้น การที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันในอีคอมเมิร์ซโดยตรงและหันมาจับธุรกิจสนับสนุนอีคอมเมิร์ซอย่างธุรกิจขนส่งและการทำหน้าเว็บก็นับเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดไม่น้อย
เช่นเดียวกับสองสามีภรรยารุงตา แทนที่จะหาของมาขายบนตลาดออนไลน์อย่างเจ้าธุรกิจรายอื่น ทั้งคู่กลับเลือกที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างธุรกิจ เพื่อบริการความสะดวกให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากกว่า
จุดนั้นเองจึงเป็นต้นกำเนิดของ “บูสต์มายเซล” ธุรกิจให้การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ค้าออนไลน์หน้าใหม่ ทั้ง บริการข้อมูลวิเคราะห์ตลาด โปรแกรมจัดการคลังสินค้า และการประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และการเข้ามาทำธุรกิจจับกระแสเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกที่บูสต์มายเซลจะเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีการพูดถึงในแวดวงผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซกันอย่างหนาหู
พริยันกา ผู้เป็นทั้งซีอีโอและผู้ก่อตั้งของบูสต์มายเซล เล่าว่า บูสต์มายเซลเป็นเหมือนโค้ชให้กับธุรกิจหน้าใหม่บนโลกออนไลน์ ในการให้คำปรึกษาแนะนำวิธีการจัดเว็บให้น่าสนใจ รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียในโฆษณา และการลดขั้นตอนการทำงานให้น้อยที่สุด เพื่อการดำเนินธุรกิจไม่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป
พริยันกา ผู้เป็นทั้งซีอีโอและผู้ก่อตั้งของบูสต์มายเซล เล่าว่า เจ้าตัวเริ่มต้นชีวิตการเป็นผู้ประกอบการในวัยเพียง 24 ปีเท่านั้น โดยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เนวิเกเตอร์ ซอฟต์แวร์ ธุรกิจพัฒนาแอพพลิเคชั่น ร่วมกับ อภิชาเก ผู้เป็นสามี ซึ่งเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์ดาวรุ่งที่ไปได้ไกล มีพนักงานถึง 150 คน และมีลูกค้ารายใหญ่ในรายชื่อฟอร์จูน 500 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม พริยันกาต้องถอยจากงานที่บริษัทที่กำลังไปได้ไกลเพื่อมาดูแลลูกๆ ของตน
ถึงกระนั้น การเข้ามาจับธุรกิจครั้งนั้นก็ได้ทำให้จิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ประกอบการฝังอยู่ในตัวของพริยันกาไปเรียบร้อยแล้ว และเมื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มรุ่งเรืองพริยันกาจึงมีโอกาสในการกระโดดเข้าสู่โลกธุรกิจอีกครั้ง ด้วยการตั้งธุรกิจบูสต์มายเซลขึ้นมาเพื่อให้บริการแก่เจ้าของธุรกิจค้าอีคอมเมิร์ซหน้าใหม่
ในปัจจุบันธุรกิจแห่งนี้สามารถยืนหยัดมาได้ถึง 15 ปี และก็มีลูกค้ากว่า 50 ราย ทั้งบริษัทรายเล็กและรายใหญ่ ซึ่งในจำนวนนี้ยังรวมถึงธุรกิจมีชื่อเสียงในอินเดียอย่าง ยาช ราจ, ฟิล์ม เดอะ บอมเบย์, สโตร์ โบโรซิล, แกลสเวิกส์ รวมถึงหน้าธุรกิจออนไลน์อีกมากมาย ซึ่งบูสต์มายเซลจะช่วยเข้าสร้างโปรแกรมอำนวยความสะดวก เช่น การชำระเงินออนไลน์ การสต๊อกสินค้า ฯลฯ
ไม่เฉพาะแต่เพียงธุรกิจขนาดใหญ่ที่พยายามเปิดช่องทางการขายสินค้าผ่านโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการมือสมัครเล่นที่เพิ่งเปิดธุรกิจที่ให้ความสนใจในการใช้บูสต์มายเซล เพื่อเพิ่มยอดขายหรือเปิดธุรกิจบนหน้าร้านโลกเสมือนสำหรับเป็นช่องทางการขายเช่นกัน
นอกจากนี้ ด้วยการที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างล้นหลาม ในปัจจุบัน บูสต์มายเซลจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์ใหม่ให้สามารถรองรับขายสินค้าได้ 2.5-5 หมื่นชิ้น/วัน รวมถึงการพยายามเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับธุรกิจตลาดออนไลน์อย่าง อะเมซอน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้กับลูกค้าของตนอีกด้วย
ต้องยอมรับว่า บูสต์มายเซลเป็นธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว และยังกำลังขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะในอินเดียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในต่างประเทศอีกด้วย







