
‘อภิรักษ์’หวนลุยธุรกิจ
หลังจากเว้นว่างทางการเมืองมาระยะหนึ่ง ล่าสุด นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ขอพักสมรภูมิทางการเมืองหวนคืนสู่สมรภูมิทางธุรกิจ ด้วยการใช้งบลงทุน 10 ล้านบาท ตั้งบริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มของประเทศไทย
หลังจากเว้นว่างทางการเมืองมาระยะหนึ่ง ล่าสุด นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ขอพักสมรภูมิทางการเมืองหวนคืนสู่สมรภูมิทางธุรกิจ ด้วยการใช้งบลงทุน 10 ล้านบาท ตั้งบริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มของประเทศไทย
ปัจจุบัน บริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) มีกลุ่มสินค้าที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 3 แบรนด์ ประกอบด้วย 1.แบรนด์ วี คอร์น จะเป็นกลุ่มสินค้าข้าวโพดหวานพร้อมทาน และข้าวโพดหวานคลุกเนย 2.แบรนด์ วี ฟาร์ม จะเป็นกลุ่มสินค้าผักและผลไม้ ซึ่งจะมีทั้งในรูปแบบสดและแปรรูป ส่วนแบรนด์ที่ 3 คือ กาแฟกระป๋อง ดาวคอฟฟี่
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหารบริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากเข้ามาทำธุรกิจอย่างจริงจังในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี และการที่บริษัทได้จับมือร่วมกับกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน เนื่องจากกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง มีเครือข่ายทางธุรกิจที่กว้างขวางโดยเฉพาะใน สปป.ลาว
ทั้งนี้ นอกจากจะมุ่งทำการตลาดกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม (กาแฟกระป๋อง) ดาวคอฟฟี่ ให้มีความแข็งแกร่งในประเทศไทยแล้ว บริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) ยังมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ วี คอร์น และวี ฟาร์ม เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 รายการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะเน้นไปในกลุ่มของสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทต้องการส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ ซึ่งหลังจากสร้างธุรกิจในประเทศให้มีความแข็งแกร่ง บริษัทก็มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน
สำหรับประเทศแรกที่มีความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ ลาว เนื่องจากปัจจุบันบริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง เป็นพันธมิตรด้วยการเริ่มทำธุรกิจร่วมกันในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม ดาวคอฟฟี่
อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัท วีฟู้ดส์ (ประเทศไทย) ออกมาขยายธุรกิจและทำกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น คาดว่าสิ้นปี 2558 นี้จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้







