
ราคาตราสารหนี้ 6 เดือนขึ้นไปลดลง
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (2-5 มิ.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 353,297.41 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 88,324.35 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 58% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 205,919 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 101,893 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,216 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (2-5 มิ.ย. 2558) มีมูลค่ารวม 353,297.41 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 88,324.35 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 58% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 205,919 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 101,893 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,216 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB21DA (อายุ 6.5 ปี) LB196A (อายุ 4 ปี) และ LB176A (อายุ 2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 38,849 ล้านบาท 30,424 ล้านบาท และ 8,236 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ รุ่น QH174A (A-) มูลค่าการซื้อขาย 785 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF41DA (A+) มูลค่าการซื้อขาย 445 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท บ้านปู รุ่น BANPU207A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 429 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทุกช่วงอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในพันธบัตรระยะยาวอายุ 3-15 ปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในช่วง 0.1-0.19% โดยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับสูงขึ้นจาก 2.77% ในสัปดาห์ก่อนเป็น 2.96% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.19% เป็น 2.41% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบปี
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของไทยแกว่งตัวในช่วงแคบๆ ระหว่าง 1.49-1.5% โดยการประมูลพันธบัตร ธปท.ระยะสั้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีอุปสงค์จากนักลงทุนค่อนข้างมากในพันธบัตรอายุ 3 เดือน อายุ 6 เดือน และ 1 ปี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของการประมูลพันธบัตรอยู่ในช่วง 1.43-1.44% ซึ่งต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ข้อมูลดังกล่าวอาจสะท้อนการคาดการณ์ของนักลงทุนว่ามีความเป็นไปได้ที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์หน้า หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศโดย ธปท.ยังแสดงถึงการฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้า
สัปดาห์ที่ผ่านมา (2-5 มิ.ย. 2558) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 9,744 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 687 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 10,431 ล้านบาท







