
มังกรซ่อนลาย ลายไรฟระ!! (ตอนที่ 2)
ความเดิมตอนที่แล้ว ภารกิจปรับ “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” ก็คือการค้นหา “ตัวตน” Define Me ...เท่ไหม?
ความเดิมตอนที่แล้ว ภารกิจปรับ “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” ก็คือการค้นหา “ตัวตน” Define Me ...เท่ไหม?
อย่างที่บอกครับ ไม่ง่าย ...คุณทราบไหมคนที่ค้นหาตัวเองเจอในโลกมีเพียง 10% ของคน ซึ่งวิธีการดูว่าคนเหล่านี้ ค้นหาตัวเองเจอ คือ ลองตอบคำถามเหล่านี้
หนึ่ง วันจันทร์คุณอยากมาทำงานไหม?
สอง คุณชอบวันหยุดไหม ...อยากพักผ่อนไหม?
สาม คุณอยากเกษียณไหม?
ครับ สามข้อนี้เป็นตัววัดเลยว่า คุณจะสำเร็จในงานที่ทำหรือไม่ ...หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้อง “งาน”
ถามได้!! ชีวิตของคนรุ่นใหม่ 75-80% คือ งานนะครับ ...เดี๋ยวนี้มี 3จี คือ แปลง่ายๆ ว่า “มึงอยู่ที่ไหนในโลก ก็ยังคงทำงาน ตอบ E-mail เล่น Line ได้ ดังนั้นวันหยุดของคุณได้หายไปแล้ว ...วันหยุดคนก็ยังทำงานครับ” แล้วยิ่งประเทศเจริญไปเรื่อยๆ ...คนไทยจะเป็นแบบคนสิงคโปร์ คือ โคตรเครียด เพราะ 100% ของชีวิตคืองานครับ
ที่น่าสงสารกว่านั้นคือ 90% ของคนตอบคำถาม 3 ข้อที่ผมถามแล้วอยากน้ำตาไหล ...เพราะเขาอยากหยุดพัก มันเครียด มันเหนื่อย มันได้เงินไม่คุ้ม และเขาก็ทำทุกอย่างเพื่อเกษียณให้เร็วที่สุด ...อิสรภาพทางการเงินนั่นแหละที่ทุกคนต้องการให้เร็วที่สุด
แปลตรงๆ ไหม “แปลว่าคุณโคตรเกลียดงานที่คุณทำเลย ...เลยอยากจะเลิกทำ แต่มันเลิกไม่ได้
-- ถามหน่อย ถ้าคุณให้เด็กสองคนวาดภาพ หรือทำอะไรสักอย่าง ...คนนึงรักที่จะทำ ทำด้วยใจ กับเด็กอีกคน ทำเพื่อให้งานเสร็จ ...ผมถามหน่อยว่า ผลงานของเด็กทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างไร”
ใช่!! คุณก็รู้คำตอบว่า เด็กที่รักที่จะทำ มันจะทำผลงานดีกว่า ...ก็เช่นเดียวกัน คนทั้งโลก 90% ดันทำงานที่ไม่ได้ชอบ ทำ เพราะจำเป็น ย่อมมีผลงานแบบขอไปที แล้วจะหวังก้าวหน้า หวังได้เงินมากๆ จากผลงานที่เราไม่ได้รักที่จะทำจริงๆ คือ เรากำลังหลอกตัวเองไง
...เรากำลังหลอกตัวเองว่าความสำเร็จคือ การเลิกทำงาน มีเงินเยอะๆ ...แต่อันที่จริง ปัญหามันอยู่ที่ “เราไม่รู้จักตัวเอง เราดันไปเลือกงานที่เราไม่ถนัดและไม่ชอบ”
ส่วนที่เราทนทำ มันก็คือข้ออ้างที่จะไม่ค้นหาตัวเอง ...เพราะอะไรน่ะหรือ -- ก็เพราะการค้นหาตัวเอง (Define Me) เป็นเรื่องที่ยากที่สุดในโลก
ถามจริงๆ มีใครเคยยอมรับบ้างว่า จริงๆ ฉันเป็นแบบนี้!! ...น้อยมากที่เราจะยอมรับความผิดพลาดในเรื่องต่างๆ แล้วแก้ไข ...คนส่วนใหญ่มักจะโยนความผิดไปให้คนอื่น เพื่อให้ตัวเองสบายใจ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นการทำให้เราผิดพลาดในปัญหาเดิมๆ
ผมบอกเลยนะว่า วันนี้ผมกลับมายืน ณ จุดที่ผมยืน มีความสำเร็จในหน้าที่การงานพอสมควร มีคนนับหน้าถือตาพอสมควร และมีความพอใจในจุดที่ยืน จนพูดได้ว่า “ดีที่สุดในจุดที่ยืน” (ไม่ได้เทียบความสำเร็จกับใคร แต่กรูเจ๊งที่สุดในจุดที่กรูยืน) ก็เพราะผมได้ Define ตัวเองได้ชัด
ผมยกตัวอย่างตัวเองเพราะมันง่ายดี คือ ช่วงแรกๆ ที่ผมเริ่มเป็นนักเขียน ผมไม่ได้อยากเขียน เพราะผมไม่อยากเป็นนักเขียน ...ผมอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เพราะมันเท่กว่า นักเขียนไส้แห้ง ...แต่ช่วงนั้นผมต้องยอมรับความล้มเหลวตัวเองว่า เราทำธุรกิจเจ๊งไปแล้ว เราต้องยอมรับว่า เรายัง Define ตัวเองไม่ชัด
แต่อย่างนึงหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า ถ้าทำธุรกิจล้มเหลว แล้วหมายความว่า เราไม่สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้อีก ...ไม่ใช่ครับ!! มันเพียงแต่ว่า การกลับมาเป็นเจ้าของธุรกิจครั้งใหม่ของคุณ คุณต้องหา Partner มาทำในส่วนที่เราไม่ถนัด และนั่นสำหรับตัวผมก็คือการกลับมาเริ่มธุรกิจส่วนตัวอีกครั้งในปัจจุบัน
หลายคนๆ อาจไม่ทราบว่า วันนี้นอกจากงานประจำที่ผมเป็นที่ปรึกษาการลงทุนของหลักทรัพย์บัวหลวง
...ผมยังมีธุรกิจส่วนตัว คือ บริษัททำหนังสือ และงานสัมมนา ...รวมทั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนผ่าน Robot อีกด้วย ...
ใช่!! ครั้งนี้ผมเข้าใจบทบาทตัวเองว่า ผมไม่เก่ง Management ผมก็ต้องหานักจัดการมาดูแล Operation ทั้งหมดของธุรกิจส่วนตัว ผมถนัดเรื่องการเข้าใจตลาด และสร้างสินค้าและบริการ
-- ก็ทำให้การเริ่มธุรกิจครั้งใหม่ของผมเป็นบริษัทที่แต่ละคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ...ชอบด้วยนะ นี่คือ “ความแตกต่าง”
ผมเขียนหนังสือเล่มใหม่ กับ ดร.ต้อง ชื่อว่า “สร้างล้านแรกต้องแหกกฎ”
เป็นหนังสือที่ส่วนนึงมันมาจากชีวิตผม และอีกส่วนมันมาจากทฤษฎีทางวิชาการในการค้นหาตัวเอง คือ หาความเป็น Idol ของตัวเรา
โอเค!! คราวหน้ามาคุยกันครับว่า ...การค้นหาตัวเอง กับเรื่องบ้าน และการแหกกฎ ...มันเกี่ยวกันอย่างไร ...แปลกแต่จริง “มันคือเรื่องเดียวกัน”







