
มุมมองหุ้น SINGER-JMART
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ประกาศขายหุ้นทั้งหมด 108 ล้านหุ้น หรือ 40% โดยบริษัท เจ มาร์ท (JMART) ซื้อหุ้น SINGER จำนวน 24.99% หรือ 67 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลืออีก 41 ล้านหุ้น เป็นของพันธมิตร จุดพลุให้นักลงทุนแห่เข้าลงทุนในหุ้นทั้งสองตัวแรง โดย SINGER กระโดดขึ้นไปสูงสุด 15.80 บาท ก่อนปิดที่ 14.30 บาท ลดลง 0.30 บาท ส่วน JMART กระโจนขึ้นไปถึง 11.50 บาท ก่อนมาปิดที่ 10.50 บาท ยังบวกอีก 0.70 บาท หรือ 7.14%
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) ประกาศขายหุ้นทั้งหมด 108 ล้านหุ้น หรือ 40% โดยบริษัท เจ มาร์ท (JMART) ซื้อหุ้น SINGER จำนวน 24.99% หรือ 67 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลืออีก 41 ล้านหุ้น เป็นของพันธมิตร จุดพลุให้นักลงทุนแห่เข้าลงทุนในหุ้นทั้งสองตัวแรง โดย SINGER กระโดดขึ้นไปสูงสุด 15.80 บาท ก่อนปิดที่ 14.30 บาท ลดลง 0.30 บาท ส่วน JMART กระโจนขึ้นไปถึง 11.50 บาท ก่อนมาปิดที่ 10.50 บาท ยังบวกอีก 0.70 บาท หรือ 7.14%
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า SINGER จะได้ประโยชน์จากการขายสินค้าที่หลากหลายขึ้น จากที่มีแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังคงแนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 12 บาท เนื่องจากแนวโน้มกำไรปีนี้ลดลงจากกำลังซื้อซบเซา
สำหรับ JMART จะได้ใช้สาขาของ SINGER เป็นแหล่งกระจายสินค้า และอาจใช้บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ในการเก็บหนี้ให้กับ SINGER แต่อาจทำให้กำไรเพิ่มเพียง 3-6 ล้านบาท/ปี หรือ 0.75-1.5% ของกำไร แม้จะรับรู้กำไรจาก SINGER ประมาณ 58 ล้านบาท/ปี แต่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย 50-55 ล้านบาท จากการกู้เงินมาซื้อ
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ยังแนะนำซื้อหุ้นของทั้งสองบริษัท และมีมุมมองที่บวกมากต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว จากจุดแข็งของพันธมิตร JMART ในฐานะผู้นำการค้าปลีก-ส่ง อุปกรณ์สื่อสารไร้สายรายใหญ่ของประเทศ ที่มาพร้อมกับธุรกิจในเครือข่ายทั้งธุรกิจพื้นที่เช่าค้าปลีก และธุรกิจบริหารและรับจ้างติดตามหนี้ (JMT) ซึ่งจะเกื้อหนุนต่อการเติบโตของธุรกิจหลักของ SINGER ในฐานะที่เป็นผู้นำการขายตรงผลิตภัณฑ์เครื่่องใช้ไฟฟ้า







