
ซีไอเอ็มบีฯลุยหุ้นยุโรป
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เสิร์ฟกองทุนหุ้นยุโรป รับเศรษฐกิจฟื้น คาดโอกาสรับ 10-15%
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เสิร์ฟกองทุนหุ้นยุโรป รับเศรษฐกิจฟื้น คาดโอกาสรับ 10-15%
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ยูโรเปี้ยน อิควิตี้ ระหว่างวันที่ 8-12 มิ.ย.นี้ เน้นลงทุนหุ้นพื้นฐานดีในยุโรป ซึ่งถือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวและยังมีศักยภาพขยายตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการเชิงผ่อนคลาย (คิวอี) ของภูมิภาคยุโรปช่วยเสริมสภาพคล่องการลงทุน และคาดว่าหลังจากมาตรการคิวอีสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย. 2559 อาจมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก เนื่องจากยุโรปมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สูงมากเมื่อเทียบตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นในเอเชีย เช่น จีนและญี่ปุ่น ซึ่งปรับตัวขึ้นสูงพอสมควร
ด้านเศรษฐกิจยุโรปเติบโตเป็นบวกตั้งแต่ปี 2556 โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ต่อเนื่อง บ่งบอกถึงการประเมินศักยภาพของภูมิภาคยุโรปต่ำเกินไปและจะส่งผลให้มีการทบทวนประมาณการเป็นบวกมากขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าตลาดหุ้นจะเติบโตรับข่าวดีในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังเติบโต
สำหรับการอ่อนค่าของเงินยูโรส่งผลดีต่อการส่งออกของยุโรปซึ่งคิดเป็น 19% ของการขยายตัวเศรษฐกิจของยูโรโซน โดยคาดว่าหากเงินยูโรอ่อนค่าลง 10% การส่งออกจะขยายตัวขึ้น 4.2% ซึ่งรอบ 1 ปีที่ผ่านมาค่าเงินยูโรอ่อนค่าประมาณ 18% จึงเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนการส่งออก
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Principal Global Investors-Principal European Equity Fund-EUR โดยมีผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี-มี.ค. 2558 อยู่ที่ 17.11% สูงกว่าดัชนี MSCI Europe 16.56% และย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 68.29% 5 ปีอยู่ที่ 85.95% สูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบที่ 62.24% และ 71.65% ตามลำดับ โดยคาดโอกาสผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 10-15% ต่อปี
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) กล่าวว่า เศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าจะเป็นประเทศเดียวที่เศรษฐกิจขยายตัวเกิน 7% ภายในเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2558-2562 และคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะขยายตัว 14% ในปีนี้ ขณะที่ราคาหุ้นยังถูก จึงมองเป็นโอกาสการลงทุน







