posttoday
เครื่องหอมไทย ‘นพมาศ’ ต้นตำรับฉบับ DIY

เครื่องหอมไทย ‘นพมาศ’ ต้นตำรับฉบับ DIY

08 มิถุนายน 2558

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

กลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ “นพมาศ” ที่มีอายุแบรนด์ไม่ต่ำกว่า 65 ปี ด้วยจุดเด่นสูตรการผลิตธูปหอม น้ำอบ น้ำปรุง ดินสอพอง แป้งร่ำ ตามแบบฉบับชาววัง ที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงปัจจุบันที่เตรียมต่อยอดผลิตภัณฑ์ทั้งธูปหอมและกลุ่มเครื่องหอมไทยตรานพมาศในรูปแบบใหม่เพื่อขยายการทำตลาด

ธนพล ภู่พันธ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธูปหอมนพมาศ ผู้ผลิตและทำตลาดธูปหอมเครื่องหอมไทย ตรานพมาศ เล่าว่า สินค้าตรานพมาศเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2493 โดยคุณยาย “สุรีย์พร โรหิตโตปการ” อดีตนางนพมาศในปีนั้น ซึ่งได้สูตรการทำเครื่องหอมตำรับชาววังมาจากคุณทวด “ภักดี บุนนาค” พัฒนาสินค้าพร้อมสร้างแบรนด์ขึ้นมาเอง

สำหรับการทำตลาดสินค้าในช่วงแรกๆ จะนำไปวางขายในตลาดนัดสุดสัปดาห์หลายแห่ง อย่างวังสราญรมย์ ตลาดสำเพ็ง บางลำพู เป็นต้น หลังจากนั้นก็เริ่มนำสินค้าเข้าไปวางขายในช่องทางห้างสรรพสินค้าอย่างตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู จนมาถึงในรุ่นของคุณแม่ “สุทธนีย์ ภู่พันธ์ศรี” ที่ได้เข้ามาขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากธูปหอมไทยมาสู่ธูปหอมอโรมา

ต่อแนวทางดังกล่าว เพื่อขยายช่องทางการทำตลาดในต่างประเทศที่มีความสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องหอมหรือกลุ่มธูปหอม (อินเซนส์) กลิ่นต่างๆ ภายใต้แบรนด์นพมาศ พร้อมทำตลาดเชิงรุกเข้าไปยังห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด อย่างกลุ่มศูนย์การค้าเดอะมอลล์ เซ็นทรัล เป็นต้น

“ในรุ่นของคุณแม่นอกจากการปรับโฉมแพ็กเกจจิ้งในรูปแบบกิฟต์เซตแล้ว เรายังเป็นรายแรกๆ ที่นำเทคโนโลยีบาร์โค้ดเข้ามาใช้ร่วมกับสินค้าเพื่อความทันสมัย รวมทั้งเข้าสู่ระบบการเสียภาษีอากรด้วย ที่ปัจจุบันธูปหอมตรานพมาศมียอดขายอันดับ 1 ในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่” ธนพล เล่า

ขณะที่การบริหารกิจการในรุ่นของธนพล ซึ่งเป็นทายาทรุ่น 4 และคนรุ่นใหม่นั้นได้เตรียมใส่ไอเดียใหม่ๆ เข้าไปทำตลาดผลิตภัณฑ์ธูปหอมเครื่องหอมแบรนด์นพมาศอีกเพียบ ภายใต้ 3 แนวทางหลัก คือ 1.การผลิตสินค้ากลุ่มธูปหอมที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อความปลอดภัยจากการใช้ธูปเพื่อประกอบกิจกรรมด้านต่างๆ และเป็นจุดเด่นในตลาดเดียวกันจากการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะด้านราคาสินค้าที่มีคู่แข่งจากจีน เป็นต้น

แนวทางที่ 2.ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมตรานพมาศ ที่เตรียมวางกลยุทธ์ใหม่ โดยจะวางตำแหน่งเป็นเครื่องหอมไทย จากสูตรการผลิตน้ำอบ น้ำปรุง และดินสอพอง ต้นตำรับชาววังกว่า 70 ปี เพื่อรองรับกระแสสุขภาพความงาม ด้วยเครื่องสำอางปลอดสารเคมี เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่-วัยรุ่น ที่ในปัจจุบันเริ่มนิยมทำเครื่องสำอางด้วยตัวเอง หรือดีไอวาย คอสเมติก ที่ได้จากส่วนผสมธรรมชาติประเภทต่างๆ

“ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีกระแสการทำเครื่องสำอางด้วยตัวเองภายใต้สูตรต่างๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่มาแรง ซึ่งเรามองเห็นโอกาสทางตลาดนี้เช่นกัน โดยเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องหอมไทยตรานพมาศในกลุ่มนี้ อย่างดินสอพอง แป้งร่ำ ภายใต้บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ เพื่อจับกลุ่มตลาดคอสเมติก ดีไอวาย” ธนพล กล่าว

สำหรับแนวทางที่ 3.จะเป็นการพัฒนาช่องทางขายใหม่ เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมขยายช่องทางการขายใหม่ในผลิตภัณฑ์ธูปหอม เครื่องหอมไทยตรานพมาศไปยังช่องทางการทำตลาดออนไลน์ผ่านรูปแบบ (แพลตฟอร์ม) อีคอมเมิร์ซต่างๆ มากขึ้น อาทิ เว็บไซต์ แอพพลิ เคชั่นไลน์ อีเมล โทรศัพท์ เป็นต้น

ด้วยพบว่าช่องทางดังกล่าวมีแนวโน้มการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากปกติทำตลาดในช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ โดยในช่วงที่ผ่านมายังได้นำสินค้าเข้าไปทำตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ไทยเทรด ดอท คอม (www.thaitrade.com) เพื่อขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์ธูปหอมเครื่องหอมไทยแบรนด์นพมาศ ในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น

ปัจจุบันสินค้าในกลุ่มธูปหอมเครื่องหอมตรานพมาศ มีมากว่า 150-200 รายการ มีสัดส่วนยอดขายหลักมาจากกลุ่มค้าปลีก 95% และกลุ่มลูกค้าธุรกิจ โรงแรม บริการสปา ราว 5% พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มราว 80% ของกำลังการผลิตที่ปัจจุบันใช้อยู่ที่ประมาณ 60% เพื่อขยายการทำตลาดสินค้าทั้งในและต่างประเทศผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ

จากแนวทางดังกล่าวได้วางเป้าหมายภายใน 3-4 ปีนับจากนี้ สามารถสร้างให้แบรนด์ “นพมาศ” ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นหลักในตลาดธูปหอมเครื่องหอมไทยได้ในระดับโลกผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยในปี 2558 คาดธุรกิจจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท