
โอกาสทองต่างชาติ
เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับอาหารในช่วงที่ผ่านมา และความไม่เชื่อมั่นในสินค้าอาหารท้องถิ่น
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียน โพสต์ทูเดย์
เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับอาหารในช่วงที่ผ่านมา และความไม่เชื่อมั่นในสินค้าอาหารท้องถิ่น ทำให้ชนชั้นกลางในประเทศจีนพร้อมที่จะจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพจากต่างประเทศซึ่งกลายเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มที่ผลิตสินค้าออร์แกนิก
เมื่อมองภาพรวมของตลาดอาหาร เว็บไซต์เอเชียบรีฟฟิ่ง ระบุว่า จีนนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 15% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณสินค้าอาหารนำเข้าเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และภายในปี 2562 ประเมินว่า จีนจะกลายเป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารรายใหญ่ที่สุด โดยมูลค่าการนำเข้าจะสูงถึง 4.8 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 7.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการนำเข้าสินค้าน้ำมันพืช ธัญพืช ผลิตภัณฑ์นม จะมีสัดส่วนประมาณ 50% ของสินค้าอาหารนำเข้าทั้งหมด
สำหรับตลาดอาหารออร์แกนิกที่เคยถูกมองเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย กำลังกลายเป็นสินค้าที่มีราคาเอื้อมถึงสำหรับผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ตลาดอาหารออร์แกนิกได้เติบโตขึ้นประมาณ 3 เท่า แต่ตอนนี้ยังมีสัดส่วนเพียง 1.01% ของตลาดอาหารทั้งหมด
ขณะที่สินค้าอาหารออร์แกนิกนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลูกค้าคือกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงและมีลูกแล้ว
ทั้งนี้ จากการสำรวจผู้บริโภคสินค้าออร์แกนิก 204 รายในกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ พบว่าประมาณ 71% พร้อมที่จะควักกระเป๋าซื้อสินค้าออร์แกนิกในราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไปประมาณ 20-50% โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของคุณภาพอาหาร
แน่นอนว่าเมื่อความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มขึ้น จึงได้เห็นร้านค้าระดับไฮเอนด์ในหัวเมืองใหญ่ๆ เข้ามาเจาะตลาดนี้มากขึ้นอย่างเช่น เชนซูเปอร์มาร์เก็ตโอลี ที่จำหน่ายสินค้านำเข้าเป็นหลัก หรือประมาณกว่า 70% ของสินค้าทั้งหมด ตั้งเป้าจะเปิดสาขาให้ครบ 50 สาขาในปีหน้า
ขณะที่ห้างค้าปลีกข้ามชาติอย่าง วอล-มาร์ท และคาร์ฟูร์ ก็เกาะกระแสฮิตสินค้านำเข้าเช่นกัน อีกทั้งยังมีมาตรการพิเศษเพื่อรับรองคุณภาพสินค้าที่จำหน่าย เช่น คาร์ฟูร์ทุ่มเงิน 5 ล้านหยวน หรือประมาณ 8 แสนเหรียญสหรัฐ สร้างห้องแล็บอาหารเพื่อทดสอบสินค้าก่อนจัดจำหน่าย ส่วน วอล-มาร์ท จะจำหน่ายสินค้าออร์แกนิกที่สั่งตรงจากสหกรณ์การเกษตรในจีน
นอกจากนี้ ผู้บริโภคจีนยังเข้าไปซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีเว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าออร์แกนิกโดยเฉพาะ เช่น FieldsChina.com และ KateandKimi.com โดยเว็บแรกพร้อมจัดส่งสินค้าไปถึงลูกค้าในกว่า 200 เมืองทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ได้ขยายวงกว้างออกไปนอกหัวเมืองใหญ่ๆ แล้ว และช่องทางจัดจำหน่ายแบบนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนและรับรองคุณภาพสินค้าได้ดีกว่า
เมื่อมองจากฝั่งไทย พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้าในกลุ่มอาหารไปจีนลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง และจีนยังมีนโยบายเน้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังการส่งออกสินค้าไทยไปจีนน่าจะฟื้นตัวขึ้น
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เมื่อปีที่ผ่านมาจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับ 1 ของไทย ซึ่งไทยส่งสินค้าไปจีนมูลค่ารวมประมาณ 8.06 แสนล้านบาท ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 2.42 แสนล้านบาท ลดลงประมาณ 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยในกลุ่มสินค้าส่งออก 20 อันดับแรกของไทย พบว่ามีสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และข้าว เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อเห็นโอกาสเติบโตในตลาดสินค้าอาหารนำเข้าในจีนแล้ว ผู้ประกอบการไทยก็ควรเร่งหาทางชิงส่วนแบ่งตลาดมาให้ได้







