
บลจ.ไทยพาณิชย์รั้งเบอร์หนึ่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
บลจ.ไทยพาณิชย์ เผย 5 เดือนแรกรั้งเบอร์หนึ่งธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมเสนอรูปแบบ Employee’s Choice 5 แผนลงทุนเพิ่มทางเลือกสมาชิก
บลจ.ไทยพาณิชย์ เผย 5 เดือนแรกรั้งเบอร์หนึ่งธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมเสนอรูปแบบ Employee’s Choice 5 แผนลงทุนเพิ่มทางเลือกสมาชิก
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบลจ.ไทยพาณิชย์ในช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน หรือ ณ วันที่ 31 พ.ค.2553 มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร 83,858.33 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นประมาณ 14% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 73,465.57 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาดของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ประมาณ 15% ซึ่งยังสามารถคงอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม
นางโชติกา กล่าวว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นการออมผูกพันระยะยาว และเพื่อไว้ใช้ยามเกษียณ ซึ่งนโยบายการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหนึ่งเดียวอาจไม่สอดคล้องกับสมาชิกแต่ละคน เพราะความแตกต่างทั้งอายุ ระยะเวลาการออม ความเสี่ยงที่รับได้ ตลอดจนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุน บริษัทฯ จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองในลักษณะกองทุนร่วม (Pooled Fund) ในรูปแบบ Employee’s Choice ให้เลือก 5 กองทุนประกอบด้วย กองทุนไทยพาณิชย์มาสเตอร์ฟันด์ มีนโยบายลงทุนในตลาดเงินซึ่งความเสี่ยงต่ำ กองทุนไทยพาณิชย์ทรัพย์มั่นคง 1 ที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความมั่นคงและความเสี่ยงต่ำ กองทุนไทยพาณิชย์เพิ่มขวัญมั่นคงที่ลงทุนตราสารหนี้ กองทุนไทยพาณิชย์รวมทรัพย์ที่ลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน และกองทุนไทยพาณิชย์มาสเตอร์ฟันด์ที่ลงทุนในตราสารทุน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแนวทางในการจัดตั้งกองทุนในลักษณะ Master Fund Plus ซึ่งจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมของบริษัท โดยเพิ่มทางเลือกให้กับสมาชิกสามารถผสมแต่ละ Asset class ตามความรู้และความเสี่ยงที่รับได้ เช่น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนตราสารทุนในประเทศ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนหุ้นทุนต่างประเทศ โดยสามารถเลือกนโยบายการลงทุนให้กับสมาชิกได้มากกว่า 1 นโยบายแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด
นางโชติกากล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีการแข่งขันสูง บริษัทฯจึงให้ความสำคัญกับลูกค้าเพื่อรักษาฐานเดิม ควบคู่กับการเสริมทีมงานที่แข็งแกร่งเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยในปีนี้เรามีนโยบายเชิงรุกในการขยายฐานลูกค้าตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จ โดยปัจจุบัน บริษัทฯได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำในการมอบหมายให้บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อนื่อง อาทิ บมจ. ทีโอที, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้านครหลวง, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ด้วยยอดสมาชิกรวมแล้วกว่า 440,000 ราย
"บริษัทฯ มีทีมงาน ผู้บริหาร และผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ ด้านการลงทุนมานานกว่า 10 ปีในการให้คำปรึกษาดูแลโดยเฉพาะ เพื่อให้สมาชิกมั่นใจกับการเตรียมพร้อมในทุกขั้นตอนตั้งแต่การดำเนินการจดทะเบียน ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังสนับสนุนให้สมาชิกกองทุนมีความรู้เรื่องการลงทุนและการเลือกแผนการลงทุน Employee' s Choice ที่เหมาะสมกับตนเอง ตลอดจนจัดสัมมนาเพื่อแนะนำการลงทุนเพื่อให้ความรู้เรื่องความเสี่ยง และผลตอบแทน” นางโชติกา กล่าว







