
ฝัน ‘ยังค้าง’ ตั้งนิคมกำจัดกากอุตฯ
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก
โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงศ์
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก และผลพวงที่มาพร้อมกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเหล่านั้น คือ ปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกากอันตราย
ข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ประเมินว่า ในปี 2557 มีกากอันตราย 3.3-3.5 ล้านตัน/ปี แต่เข้าสู่ระบบบำบัดได้เพียง 1 ล้านตัน ขณะที่กากชนิดที่ไม่อันตรายที่มีประมาณ 50 ล้านตัน เข้าสู่ระบบบำบัด 15 ล้านตัน
ต่อมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยิบยกเรื่องการกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นวาระแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติยุทธศาสตร์จัดการกากอุตสาหกรรม ระยะ 5 ปี (2558-2562) ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ ที่เสนอโดย จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหรรม และจะมี กรอ.เป็นหัวเรือใหญ่
พสุ โลหารชุน อธิบดี กรอ. ระบุว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน กรอ.ตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2562 จะต้องนำกากอันตรายเข้าสู่ระบบการบำบัดให้ได้ 90% ของปริมาณกากอันตรายทั้งระบบ เช่น ควบคุมให้โรงงานซึ่งผลิตกากอันตรายมากกว่า 90% ของทั้งหมด ต้องมีระบบบำบัดกากอันตราย สร้างระบบจูงใจและเพิ่มสัดส่วนเงินรางวัลให้ผู้ชี้เบาะแสของผู้ลักลอบทิ้งกากอันตราย
พร้อมทั้งจะเพิ่มความเข้มงวดและสร้างระบบป้องกันไม่ให้ผู้ขนส่งกากอุตสาหกรรมลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เช่น เร่งรัดให้มีการขึ้นทะเบียนและติดตั้งระบบติดตามรถขนส่งกากอุตสาหกรรมทุกคัน และปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการติดตามผู้กระทำผิด และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะโรงงานที่ไม่เข้าระบบอย่างถูกต้อง
“ในทางปฏิบัติรถขนกากอุตสาหกรรมที่มีอยู่ 3,400-3,500 คัน จะต้องติดระบบจีพีเอสทุกคันก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้ เช่นเดียวกับการเพิ่มรางวัลสินบนนำจับทิ้งกากอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่าจะเพิ่มสินบนให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากเดิมให้สินบนผู้แจ้งเบาะแส 25%” พสุ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า การนำกากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบำบัด โดยเฉพาะกากอันตรายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เห็นได้จากในปี 2558 ที่ กรอ.ตั้งเป้านำกากอันตรายเข้าสู่ระบบ 1.5 ล้านตัน แต่ปรากฏว่ามี 64 จังหวัดจาก 77 จังหวัด ที่นำกากอันตรายเข้าสู่ระบบได้ไม่ถึง 10% กระทั่งจักรมณฑ์ต้องทำหนังสือคาดโทษว่า หากทำไม่ได้อุตสาหกรรมจังหวัด (อสจ.) จะต้องถูกย้ายหรือไม่ได้ขึ้นเลื่อนตำแหน่ง
“บางจังหวัดมีโรงงานอุตสาห กรรมขนาดเล็กกระจายอยู่มาก บางรายไม่แจ้งเข้าระบบ จึงมีปัญหาในการติดตามกากอุตสาหกรรม แต่ทราบว่าขณะนี้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด” แหล่งข่าวจาก กรอ.ระบุ
ขณะที่การจัดหาพื้นที่สร้างนิคมอุตสาหกรรมกำจัดกากอุตสาหกรรมตามนโยบายรัฐบาลนั้น ก็ประสบปัญหาไม่แพ้กัน แม้ว่า กรอ.ได้จัดตั้งศูนย์บริการออกใบอนุญาตจัดตั้งบริษัทกำจัดกากอุตสาหกรรมแบบเบ็ดเสร็จ โดยนำร่องที่ จ.ระยอง เป็นแห่งแรก และมีแผนขยายออกไปในอีก 8 จังหวัด ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี สระบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการเจรจาขอใช้พื้นที่ทหารเพื่อทำเป็นนิคมอุตสาหกรรมกำจัดกากอุตสาหกรรม แต่ปรากฏว่าทหารไม่ให้พื้นที่ เช่นเดียวกับการจัดหาพื้นที่อื่นๆ ก็มีอุปสรรคมาก เพราะชุมชนในพื้นที่ไม่ยอมรับ ในขณะที่ปัจจุบันมีโรงงานกำจัดและบำบัดกากอุตสาหกรรม 3 ประเภท คือ โรงกำจัดกากอุตสาหกรรม โรงคัดแยกขยะและฝังกลบสิ่งปฏิกูลที่ไม่อันตราย และโรงงานรีไซเคิล 1,600 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
จุลพงษ์ ทวีศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรอ. กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้โฟกัสว่าพื้นที่เหมาะสมควรเป็นที่ทหารหรือของหน่วยงานใด เพราะต้องมองว่าพื้นที่ใดมีการผลิตและปล่อยกากอุตสาหกรรมมากที่สุด ก่อนกำหนดจุดศูนย์กลางที่เหมาะสม แต่จะเร่งสรุปให้ได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้
ขณะที่ พิชัย ถิ่นสันติสุข รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า หากภาครัฐสนับสนุนการตั้งโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม เอกชนก็พร้อมลงทุน เพราะกากบางประเภทสามารถนำไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าภาครัฐจะเอาจริงหรือไม่







