
ปั้นอู่ตะเภารับทัวร์จีน-รัสเซีย
คมนาคมจับมือกองทัพเรือดัน “อู่ตะเภา” ขึ้นชั้นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3
คมนาคมจับมือกองทัพเรือดัน “อู่ตะเภา” ขึ้นชั้นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกองทัพเรือในการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 โดยระบุว่า การลงทุนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะช่วยรองรับปริมาณผู้โดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองที่เริ่มเข้าสู่ภาวะแออัดแล้ว
“สนามบินอู่ตะเภาจะช่วยรองรับผู้โดยสาร ทั้งจากยุโรป รัสเซียและจีน ที่นิยมเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่พัทยา ชลบุรี ระยองและตราด” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า กระทรวงคมนาคมและกองทัพเรือจะตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะทำงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมกับภายนอกท่าอากาศยาน 2.คณะทำงานวางแผนธุรกิจเพื่อส่งเสริมกิจการพาณิชย์ของท่าอากาศยานอู่ตะเภา และ 3.คณะทำงานดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์ เพื่อจูงใจให้สายการบินและผู้โดยสารมาใช้บริการ โดยคณะทำงานทั้ง 3 ชุดจะต้องจัดทำแผนแต่ละด้านกลับมาเสนอภายใน 1 เดือนครึ่ง
พล.ร.ต.วศินสรรพ์ จันทวรินทร์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระบุว่า กองทัพเรืออนุมัติงบ 200 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเฟสแรก ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารเป็น 3 ล้านคน/ปี ในปี 2560 จากปัจจุบันที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 แสนคน/ปี และขณะนี้มีผู้โดยสารมาใช้สนามบินอยู่ที่ 2 แสนคน/ปี
นอกจากนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างเสนอขอรับจัดสรรงบจากกระทรวงคมนาคมอีก 800 ล้านบาท เพื่อลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน เช่น สะพานเทียบและระบบเติมน้ำมัน
พล.ร.ต.วศินสรรพ์ กล่าวว่า กองทัพกำลังพิจารณากำหนดค่าจอดเครื่องบิน (ปาร์คกิ้ง) สำหรับสายการบินต่างๆ ในอัตราพิเศษ จากปัจจุบันที่ลดค่าลงจอดลงไป 25% ก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งจะประสานงานกับสายการบินมาใช้บริการสนามบินมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสายการบินทั้งแบบบินประจำและเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) 3 ราย คือ บางกอก แอร์ไลน์ นอร์ท วิงค์ จากรัสเซีย และสายการบินอาร์แอร์ไลน์ และสายการบินแอร์เอเชียที่มีตารางบินประจำจากสนามบินอู่ตะเภาไปยัง 6 หัวเมืองใหญ่ของจีน โดยจะเปิดให้บริการปลายปีนี้
“ขณะนี้มีชาร์เตอร์ไฟลต์บินลงสนามบินอู่ตะเภา 400 เที่ยวบิน/ปี ส่วนใหญ่บินมาจากจีนและรัสเซีย และในอนาคตชาร์เตอร์ไฟลต์จะเพิ่มขึ้น” พล.ร.ต.วศินสรรพ์ กล่าว
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ศึกษารายละเอียดโครงการส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา-ระยอง เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หากเปิดประมูลได้ในปีนี้จะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี







