
บ้านปูดูดีขึ้นหงสาป้อนกำไรยาว
โดย...บล.เคเคเทรด บล.เอเซีย พลัส
โดย...บล.เคเคเทรด บล.เอเซีย พลัส
โรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการหงสาในประเทศลาว หน่วยที่ 1 เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามกำหนด (2 มิ.ย. 2558) ส่งผลดีต่อบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และบริษัท บ้านปู (BANPU) ในฐานะผู้ถือหุ้นสัดส่วน 40% เท่ากัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีหน่วยผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 3 หน่วย กำลังผลิตรวม 1,878 เมกะวัตต์
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด เปิดเผยว่า โครงการหงสาถือเป็น Key Drive สำคัญของผลประกอบการของ BANPU ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ที่จะรับรู้รายได้จากหน่วยที่ 1 เต็มไตรมาส และหน่วยที่ 2 ในอีก 2 เดือนสุดท้ายของปี ขณะที่กำไรปกติไตรมาสแรก คิดเป็น 22% ของประมาณการปี 2558 โดยโครงการดังกล่าวจะทำกำไรในปี 2558 อยู่ที่ 469 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 1,800 ล้านบาท และ 3,000 ล้านบาท ในปี 2559-2560
ขณะเดียวกัน ธุรกิจถ่านหินผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยง จึงยังคงสมมติฐานราคาถ่านหินปี 2558 ที่ 60 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 15.4% จากปี 2557 เพราะยังมีปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย ขณะที่จีนนำเข้าลดลง แต่แรงกดดันต่อราคาถ่านหินจะเริ่มลดลง หลังจากความต้องการใช้จากประเทศผู้ผลิตหลักอย่างอินโดนีเซียเริ่มปรับเพิ่ม ทำให้ตลาดคาดหมายว่าจะมีการส่งออกถ่านหินจากประเทศผู้ผลิตหลักลดลง ขณะที่สหรัฐมีการปิดเหมืองถ่านหินต้นทุนสูงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณส่งออกถ่านหินสะสมในปี 2558 ลดลง 6%
แนวโน้มระยะยาวเรายังเชื่อว่าความต้องการส่งผลให้ราคาถ่านหินยังมีโอกาสปรับเพิ่ม จากแผนขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ของเอเชียโดยเฉพาะจากอินเดีย ด้านธุรกิจถ่านหินของ BANPU เราเชื่อว่าราคาขายจะยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมธุรกิจ แต่อัตรากำไรขั้นต้นจะเริ่มฟื้นตัวจาก 32% ในปี 2557 เป็น 35% ในไตรมาสแรก ที่ผ่านมาจากแผนการลดต้นทุนผลิต ทำให้เราเชื่อว่าจุดต่ำสุดของธุรกิจถ่านหิน BANPU ผ่านไปแล้ว
“เราแนะนำ ‘ซื้อ’ เช่นเดิม หลังราคาหุ้นปรับลดลง 11% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดและราคาถ่านหินที่ลดลง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยเราคาดว่ากำไร BANPU จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ไตรมาส 2 โรงไฟฟ้า BLCP จะมีการหยุดซ่อมบำรุง Unplanned Shutdown และปริมาณขายถ่านหินจาก CEY ที่ลดลงเนื่องจากมีแผนย้ายอุปกรณ์ แต่เรายังเชื่อว่าจะเห็นกำไรสุทธิไตรมาส 2 เติบโต ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้จากโครงการหงสา (หน่วยที่ 1) เต็มไตรมาส” บล.เคเคเทรด ระบุ
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นถ่านหินเท่ากับตลาด ราคาถ่านหินที่ปรับตัวลดลงในระยะสั้น ถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นในกลุ่มถ่านหิน โดยแนะนำให้ถือหุ้น BANPU ให้มูลค่าเหมาะสม 30 บาท และให้ขายหุ้นบริษัท ลานนารีซอร์สเซส หรือ LANNA มูลค่าเหมาะสม 12.50 บาท
ทั้งนี้ ราคาถ่านหินอ้างอิงดัชนี Barlow Jonker Index (BJI) สัปดาห์ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. 2558 ยังเดินหน้าปรับตัวลดลง 1.36 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่ 57.43 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยมีปัจจัยกดดันระยะสั้นมาจากอุปทานถ่านหินที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความต้องการนำเข้าถ่านหินในแถบเอเชียยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ทั้งนี้ยังคงเชื่อว่าหากราคาถ่านหินลดลงต่ำกว่า 60 เหรียญสหรัฐ จะส่งผลให้ผู้ประกอบการเหมืองถ่านหินที่มีต้นทุนสูงต้องทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณถ่านหินในตลาดโลกลดลง และเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาถ่านหินกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
ขณะที่สหรัฐมีแนวโน้มการใช้ถ่านหินลดลงจากการที่โรงไฟฟ้าถ่านหินหลายแห่งที่กำลังจะทยอยหมดอายุลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2561 ทำให้หันมาใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าใหม่ๆ กำลังการผลิตสูงถึง 25 กิกะวัตต์ แต่ในระยะยาวคาดว่าอุปสงค์การใช้ถ่านหินจากหลายประเทศจะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากถ่านหินยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 12 แห่ง ในปี 2564 กำลังการผลิต 23 กิกะวัตต์ เช่นเดียวกับอินเดียที่คาดว่าความต้องการใช้ถ่านหินมาอยู่ที่ระดับ 300 ล้านตัน ในปี 2563 เพิ่มขึ้นถึง 42% จากปัจจุบัน เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ กำลังการผลิตสูงถึง 124 กิกะวัตต์







