posttoday
ปัญหาหนี้กรีซ...อีกแล้ว

ปัญหาหนี้กรีซ...อีกแล้ว

04 มิถุนายน 2558

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม

หลายคนอาจจะเริ่มออกอาการ “เบื่อ” กับคำว่า “ปัญหาหนี้กรีซ” แล้ว เพราะเราเผชิญกับคำนี้มาตั้งแต่ปี 2552 และปะทุขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่กระทบไปยังประเทศใหญ่อื่นๆ อีกหลายประเทศ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมากรีซก็สามารถรอดพ้นมาได้อย่างฉิวเฉียด จนอาจทำให้หลายคนวางใจว่าครั้งนี้ก็เหมือนเดิมคือกรีซก็จะรอดพ้นหายนะไปได้ในที่สุด

แต่เมื่อเวลาผ่านมาหลายปีแล้ว สถานการณ์ต่างๆก็เปลี่ยนไป ความจำเป็นที่ยูโรโซนจะต้องมีกรีซก็เปลี่ยนไปด้วย ตั้งแต่แรกเริ่มที่มีปัญหาเป็นที่เข้าใจกันดีว่าความกังวลลึกๆ คือ อาการลามไปยังประเทศอื่น (Contagion Effect) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากรีซ ซึ่งก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ ส่งผลให้ยูโรโซนจนทำให้ออกอาการเป๋ไปหลายปี แต่นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต หลายประเทศที่เคยประสบปัญหาก็ได้มีการปรับตัวไปแล้ว ข้อมูลข่าวสารก็ถูกเปิดเผยออกมาให้ชัดเจนขึ้น มาตรการรองรับหากประเทศใดต้องการความช่วยเหลือก็เกิดขึ้น อย่างเช่น กองทุนรักษาเสถียรภาพในยุโรป (EFSF) เป็นต้น ดังนั้น โอกาสที่ปัญหากรีซจะลามไปยังประเทศอื่นๆ นั้นจึงน้อยลงไปกว่าแต่ก่อน ซึ่งนั่นอาจแปลความได้ว่า ความจำเป็นที่ยูโรโซนจะต้องมีกรีซอยู่นั้นก็น้อยลงไปด้วย

นอกจากนี้ ตัวกรีซเองก็เปลี่ยนไปด้วย แต่ไม่ใช่ในเชิงเศรษฐกิจเสียเท่าใด เพราะเศรษฐกิจกรีซเองก็ยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม (จริงๆ แล้วเศรษฐกิจกรีซมีแนวโน้มดีขึ้นก่อนที่จะได้รัฐบาลใหม่เสียด้วยซ้ำ) แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือรัฐบาล กรีซมีการเลือกตั้งเมื่อต้นปี ซึ่งพรรคที่ชูประเด็นการต่อต้านมาตรการรัดเข็ดขัดก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องพยายามต่อรองกับเจ้าหนี้ให้ได้มากที่สุด แต่อำนาจการต่อรองของกรีซน้อยลงไปจากเดิมมาก และดูเหมือนว่ารัฐบาลใหม่จะยังไม่ค่อยเข้าใจในประเด็นนี้เท่าใดนัก ทำให้การเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้จึงยังไม่ได้ข้อยุติเสียที

แต่การเจรจาไม่สามารถยืดเยื้อได้ตลอดไป เศรษฐกิจกรีซที่แย่ลงทำให้รายได้ภาครัฐน้อยลง แต่รายจ่ายยังเกิดขึ้นต่อไป แถมยังมีหนี้ต่างๆ ที่เริ่มครบกำหนดด้วย หลายฝ่ายเริ่มมองไปที่หนี้ของ IMF ที่จะครบกำหนดในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ เป็นสำคัญ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ว่า IMF อาจจะยืดเวลาชำระหนี้ก้อนหนี้และก้อนอื่นๆ ที่จะครบกำหนดในเดือนนี้ไปยังช่วงสิ้นเดือนได้ แต่กรีซก็ยังมีตั๋วเงินคลังและหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่นที่จะครบกำหนดในเดือนอยู่อีกค่อนข้างมาก ดังนั้นเดือน มิ.ย. อาจถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของกรีซทีเดียว

ทั้งนี้ หากกรีซและเจ้าหนี้สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ กรีซก็จะได้รับเงินช่วยเหลืออีก 7,200 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้กรีซผ่านพ้นสถานการณ์เลวร้ายนี้ได้ แต่คำถามที่สำคัญคือกรีซและเจ้าหนี้จะมีข้อตกลงร่วมกันได้หรือไม่ เพราะการเจรจาต่อรองที่ยังไม่คืบหน้าไปเท่าใดนัก และท่าทีที่แข็งกร้าวของกรีซที่ปฏิเสธมาตรการรัดเข็มขัดก็ทำให้เจ้าหนี้ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก โดยเจ้าหนี้อาจมีการยื่นข้อเสนอครั้งสุดท้ายในทำนอง “Take it, or leave it” ก็ได้

นอกจากนี้ วงเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นวงเงินสุดท้ายของมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบที่ 2 แก่กรีซ ซึ่งดูเหมือนว่ากรีซยังต้องความช่วยเหลือเป็นรอบที่ 3 ซึ่งการเจรจาดังกล่าวจะยากยิ่งกว่าในปัจจุบันเสียอีก ลาการ์ด จาก IMF ก็ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่กรีซอาจจะต้องออกจากยูโรโซน

ถึงแม้ว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้และจำเป็นต้องออกจากยูโรโซนไป แต่เราเชื่อว่าผลกระทบจะอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น ภาพรวมของยูโรโซนคงไม่ได้ถูกกระทบเท่าใด แต่อาจจะดีขึ้นเสียด้วยซ้ำ เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประเทศที่เคยมีปัญหาอย่างสเปนและอิตาลีได้ดำเนินการรัดเข็มขัดและปฏิรูปไปแล้ว จนกลายมาเป็นเครื่องจักรผลักดันเศรษฐกิจยูโรโซนให้ดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา

ความกังวลต่อภาวะเงินฝืดนั้นบรรเทาไปมากหลังจากที่ ECB ได้ดำเนินมาตรการ QE ค่าเงินยูโรที่อ่อนลงไปมากส่งผลดีต่อผู้ส่งออกโดยตรง ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปให้ผลตอบแทนค่อนข้างดีในปีนี้ และเราคาดว่าตลาดหุ้นยุโรปยังน่าจะดีต่อเนื่อง วิกฤตกรีซที่จะปะทุขึ้นอาจกลายเป็นโอกาสในการเข้าซื้อตลาดหุ้นยุโรปที่ดีก็ได้นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท