posttoday
การรับมือของเจ้าหนี้ และสถาบันการเงินเจ้าหนี้ตามกฎหมายใหม่

การรับมือของเจ้าหนี้ และสถาบันการเงินเจ้าหนี้ตามกฎหมายใหม่

04 มิถุนายน 2558

กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2558 มีผลใช้บังคับประมาณวันที่ 1 ก.ย. 2558 ผมในฐานะเป็นนักทวงหนี้และเป็นวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ของสถาบันการเงินและภาครัฐ มีความห่วงใยเจ้าหนี้และนักทวงหนี้รุ่นน้องๆ จะต้องศึกษากฎหมายใหม่ให้ดี แบบรู้แจ้งเห็นจริง เพราะถ้ารู้ไม่จริงอาจติดคุกได้ โดยผมได้สรุปสาระสำคัญของกฎหมายใหม่ที่นักทวงหนี้ควรรู้ ที่สำคัญจริงๆ คือ ตั้งแต่มาตรา 8-มาตรา 14 จะต้องท่องให้ขึ้นใจ รายละเอียดอย่างคร่าวๆ มีดังนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้และนักทวงหนี้บ้างนะครับ

กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2558 มีผลใช้บังคับประมาณวันที่ 1 ก.ย. 2558 ผมในฐานะเป็นนักทวงหนี้และเป็นวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ของสถาบันการเงินและภาครัฐ มีความห่วงใยเจ้าหนี้และนักทวงหนี้รุ่นน้องๆ จะต้องศึกษากฎหมายใหม่ให้ดี แบบรู้แจ้งเห็นจริง เพราะถ้ารู้ไม่จริงอาจติดคุกได้ โดยผมได้สรุปสาระสำคัญของกฎหมายใหม่ที่นักทวงหนี้ควรรู้ ที่สำคัญจริงๆ คือ ตั้งแต่มาตรา 8-มาตรา 14 จะต้องท่องให้ขึ้นใจ รายละเอียดอย่างคร่าวๆ มีดังนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้และนักทวงหนี้บ้างนะครับ

สาระสำคัญของ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

1.คนทวงหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท ตามมาตรา 39-มาตรา 45

2.นักทวงหนี้ต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ โดยต้องมีการจดทะเบียนต่อทางราชการ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (มาตรา 39)

3.นักทวงหนี้ทวงได้เฉพาะลูกหนี้และผู้ค้ำประกันเท่านั้น จะไปทวงกับบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นไม่ได้ ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท (มาตรา 39)

4.ทวงหนี้ได้ เฉพาะสถานที่ที่ลูกหนี้ให้ไว้เท่านั้น ยกเว้นติดต่อไม่ได้เวลาจันทร์-ศุกร์ 08.00-20.00 น. วันหยุดราชการ 08.00-18.00 น. นอกนั้นทวงไม่ได้ (มาตรา 9 (2))

5.จำนวนครั้งต้องเหมาะสม ไม่ใช่ทวงทั้งวัน (มาตรา 9 (3))

6.ผู้รับมอบอำนาจทวงหนี้ต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจ รับชำระหนี้ต้องออกหลักฐานการชำระหนี้ตามมาตรา 9 และมาตรา 10

7.ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น เปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ ทวงโดยใช้ไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร ซองจดหมายที่มีข้อความหรือสัญลักษณ์ว่าส่งมาทวงหนี้ (มาตรา 11) ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท (มาตรา 41)

8.ห้ามทวงหนี้ในลักษณะหลอกลวง แสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น อ้างตัวเป็นทหาร ตำรวจ  ทนายความ หรือขู่ว่าถ้าไม่จ่ายจะถูกยึด หรืออายัดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือน หรืออ้างว่าดำเนินการให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต หรือรับจ้างจากบริษัทข้อมูลเครดิต (มาตรา 12)

9.ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเกินกว่าอัตราที่คณะกรรมการประกาศ เช่น ค่าทวงหนี้ ค่าปรับ ต้องมีการกำหนดกันใหม่ หลังกฎหมายใหม่ใช้บังคับ (มาตรา 13)

10.ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ ตามมาตรา 14 ฝ่าฝืนมีบทลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท (มาตรา 42)

การรับมือของเจ้าหนี้และสถาบันการเงินเจ้าหนี้ตามกฎหมายใหม่

1.ทัศนคติ เจ้าหนี้และนักทวงหนี้ต้องปรับทัศนคติใหม่ จากเดิมเน้นการข่มขู่ คุกคาม บังคับใช้กฎหมาย

แบบเคร่งครัดเกินเลยหรือใช้สิทธิเกินส่วนที่กฎหมายกำหนด ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างสันติวิธีแทน

2.การแนะนำตัวก่อนทวงหนี้ จากเดิมใช้ชื่อเล่น ชื่อปลอม ชื่อเพื่อน หรือชื่อบุคคลอื่นในการทวงหนี้จะต้องปรับเปลี่ยนเป็นใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง ไม่ใช้ชื่อเก่าหรือชื่อปลอม

3.การแสดงเจตนาเพื่อทวงหนี้ จากเดิมนักทวงหนี้จะจู่โจมลูกหนี้ทันที บังคับขู่เข็ญให้ตอบคำถามว่าจะ

จ่ายเมื่อไหร่ จะเอายังไง ต้องปรับเปลี่ยนเป็นแจ้งสิทธิและแสดงเจตนากับลูกหนี้ว่ามีความประสงค์จะติดตามหนี้หรือที่นักทวงหนี้นิยมใช้คือ สอบถามยอดหนี้ค้างชำระก่อนที่จะทวงหนี้

4.การสอบถามหรือยืนยันที่อยู่ของลูกหนี้ เดิมนักทวงหนี้มักไม่แจ้งชื่อ นามสกุลของตนเอง ให้บุคคลอื่น

ทราบและไม่แจ้งว่าโทรมาจากไหน หน่วยงานใด รับมอบอำนาจจากใคร ต้องปรับเปลี่ยนโดยการแจ้งชื่อ นามสกุลจริง และต้องแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามหรือยืนยันที่อยู่ของลูกหนี้เท่านั้น จะพูดเรื่องราวเกี่ยวกับมูลหนี้ไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนั้นจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

5.การจัดทำสคริปต์ในการเจรจาหนี้กับลูกหนี้ เดิมทวงตามสะดวก ทวงตามความเชื่อ วิธีการ
นำเสนอ

ขึ้นอยู่กับลีลาของแต่ละคน ไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ จัดทำสคริปต์ให้มีข้อความพื้นฐานเหมือนกัน เช่น การแนะนำตัว การแสดงเจตนา การสอบถามการยืนยันที่อยู่ของลูกหนี้ จะต้องมีข้อความเดียวกัน มาตรฐานเดียวกันในแต่ละอายุหนี้

6.การผ่อนเวลา กฎหมายค้ำประกันใหม่ หากผู้ค้ำประกันไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้น

ความรับผิดทันที ดังนั้นนักทวงหนี้จะต้องไม่พูดคำว่าตกลงให้ลูกหนี้ผ่อนเวลา ถ้าขืนพูดไปผู้ค้ำประกันหลุดพ้นทันที ดังนั้นนักทวงหนี้จะต้องมีสคริปต์เกี่ยวกับการทวงหนี้ที่มีการค้างชำระหลายงวด จะต้องระมัดระวังควรจัดทำสคริปต์ขึ้นมาให้มีมาตรฐานเดียวกัน

7.การทวงหนี้ทางจดหมาย เดิมข้อความในจดหมายทวงหนี้อาจมีข้อความในลักษณะคุกคาม ข่มขู่ ต้องปรับเปลี่ยนเป็นข้อความที่มีความสุภาพ จูงใจ เร่งเร้า กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกหนี้อยากชำระหนี้แทน เพราะว่าข้อความที่แข็งกระด้างอาจเป็นต้นเหตุให้ลูกหนี้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ได้ เพียงแค่มีมูลจะมีความยุ่งยากตามมา สำหรับผู้ให้สินเชื่อและลูกหนี้อย่างมากมายเกินกว่าที่คาดคิด

8.การทวงหนี้ภาคสนาม หมายถึงการทวงหนี้แบบต่อหน้าหรือซึ่งหน้า ณ สำนักงานของลูกหนี้ หรือที่พักอาศัยของลูกหนี้เดิม ไม่มีกิจจะลักษณะทวงแบบจู่โจม ไม่ต้องนัดหมาย ไปทวง ณ สถานที่ลูกหนี้ไม่ได้ให้ไว้ อาจฝ่าฝืนกฎหมาย การทวงหนี้ภาคสนามจะต้องทวงหนี้เป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่สถานที่ที่ลูกหนี้ระบุไว้ในสัญญาก่อน ติดต่อไม่ได้จึงไปที่อื่นต่อ หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษตามกฎหมาย การแนะนำตัว การแสดงเจตนา การแต่งกาย การแสดงหนังสือมอบอำนาจ การจัดเตรียมใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระหนี้ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายใหม่ จะมั่วเหมือนเดิมไม่ได้ นอกจากนักทวงหนี้จะต้องติดคุกและมีโทษปรับแล้ว ผู้จ้างวานใช้ หมายถึงผู้ให้สินเชื่อหรือเจ้าหนี้ ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะกฎหมายฉบับนี้เขียนไว้ชัดแจ้งแล้ว

9.การทวงหนี้ในลักษณะหลอกลวง อ้างตัวเป็นตำรวจ ทหาร ทนาย ข่มขู่จะยึดทรัพย์สิน เรียกค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยสูงๆ แบบเก่าคงทำไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนมาเป็นการทวงหนี้แบบตรงไปตรงมา ไม่เอารัดเอาเปรียบ มิฉะนั้นอาจต้องรับโทษตามกฎหมาย

ด้วยความปรารถนาดีจากทนาย เดชา กิตติวิทยานันท์ นักทวงหนี้และวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ของสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ