
ขีดเส้นเซ็นลงทุน7หมื่นล้าน
ครม.สั่งทุกส่วนราชการเร่งทำสัญญาก่อหนี้โครงการลงทุนวงเงินกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท
ครม.สั่งทุกส่วนราชการเร่งทำสัญญาก่อหนี้โครงการลงทุนวงเงินกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. มีมติให้ส่วนราชการที่เป็นเจ้าของโครงการภายใต้งบลงทุน ประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งยังไม่ได้ลงนามในสัญญาผูกพันคิดเป็นวงเงิน 7.64 หมื่นล้านบาท เสนอรายชื่อโครงการมาให้ ครม.พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อหรือปรับแผนการปฏิบัติงาน จากนั้นให้เร่งลงนามในสัญญาผูกพันให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้
“ครม.สั่งการให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไปพิจารณาว่าโครงการลงทุนที่ยังไม่ได้ลงนามสัญญาผูกพันจะทำต่อไปหรือปรับแผนหรือไม่ จากนั้นให้เสนอคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบให้เสร็จในเดือน มิ.ย. 2558 และลงนามในสัญญาสร้างภาระผูกพันให้เสร็จภายในเดือน ก.ค. 2558 หากโครงการใดไม่สามารถทำได้ภายในกรอบเวลาก็ให้ยกเลิกโครงการลงทุนไป และให้นำงบไปใช้ในโครงการอื่นๆ แต่ต้องทำให้เสร็จภายในกรอบเวลาเดียวกัน” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ ระบุว่า ครม.รับทราบผลการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ณ วันที่ 29 พ.ค. 2558 พบว่ามีการเบิกจ่าย 1.66 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64.7% ของงบประมาณ แต่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องเบิกจ่ายให้ได้ 69.18% หรือต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ 4.5% ขณะที่งบลงทุนเบิกจ่ายได้ 1.87 แสนล้านบาท หรือ 41.7% ของงบลงทุนทั้งหมด 4.49 แสนล้านบาท แต่หากรวมกับโครงการที่สร้างภาระผูกพันแล้วจะอยู่ที่ 59.34% แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องเบิกจ่ายให้ได้ 67%
“งบลงทุน 4.49 แสนล้านบาท ซึ่งตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2558 มีมติให้ต้องทำสัญญาผูกพันภายในเดือน พ.ค. แต่ปรากฏว่ามีโครงการที่ยังมีส่วนที่ยังไม่ลงนาม 7.64 หมื่นล้านบาท หรือ 24.1% ของงบลงทุน ซึ่งแต่ละโครงการอยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน เช่น ยังไม่เริ่มดำเนินการ อยู่ในขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง มีผู้เสนอราคาแล้ว รอลงนามในสัญญา แต่อยู่ในพิจารณาของหน่วยงาน” นายสมศักดิ์ ระบุ
สำหรับการเบิกจ่ายงบอื่นๆ พบว่า งบกลางปีงบประมาณ 2555-2557 ที่มีการอนุมัติวงเงินไปทั้งสิ้น 7,717 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายไป 6,369 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.5% งบโครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีการอนุมัติวงเงิน 1.49 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 5,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38.7% และการเบิกจ่ายเงินกันไว้เหลื่อมปีระหว่างปี 2548-2557 ที่มีทั้งสิ้น 3.51 แสนล้านบาท นั้นมีการเบิกจ่ายแล้ว 1.62 แสนล้านบาท หรือ 46.4% เมื่อรวมกับส่วนที่สร้างภาระผูกพันแล้วจะอยู่ที่ 2.38 แสนล้านบาท หรือ 67.5%







