posttoday
ฟาสต์ฟู้ดทำงานยาก ลุ้นครึ่งหลัง ฟื้นกู้ยอดเข้าเป้า

ฟาสต์ฟู้ดทำงานยาก ลุ้นครึ่งหลัง ฟื้นกู้ยอดเข้าเป้า

03 มิถุนายน 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหารการกิน แต่ธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดก็ยังคงต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากผู้บริโภคยังคงชะลอกำลังซื้อตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทยยังคงต้องปักหลักทำการตลาดภายใต้กลยุทธ์แวลูฟอร์มันนี่ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค

เพชรัตน์ อุทัยสาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย ผู้บริหารร้าน “แมคโดนัลด์” กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ทั้งคู่แข่งและบริษัทต้องออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของบริษัทเองในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาได้ทำแวลูแคมเปญ เช่น นำเฟรนช์ฟรายส์มาลดราคา 50% เป็นต้น

สำหรับไตรมาส 2 นี้ได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการนำเมนูสไปซี่ เรดฮอต มาลดราคา เช่น ทำโปรโมชั่นสไปซี่ เรดฮอตวิงส์ ซื้อ 3 ชิ้น ราคา 50 บาท หรือซื้อข้าวไก่สไปซี่ เรดฮอต ราคา 59 บาท เพิ่มโค้กราคา 69 บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังจากก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดของแมคโดนัลด์ยังคงทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์โลคัลมาร์เก็ตติ้ง หรือทำการตลาดเฉพาะสาขา เพื่อให้กิจกรรมที่ทำตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละสาขา

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในสาขาไดรฟ์ทรู เช่น ซื้อสินค้าครบ 100 บาท รับเฟรนช์ฟรายส์ขนาดเล็กฟรีทันที ขณะเดียวกันยังอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าให้กับลูกค้าผ่านเว็บไซต์ และรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต

เพชรัตน์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะมีปัจจัยลบในด้านเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ชะลอตัวของผู้บริโภค แต่บริษัทก็ยังคงเดินหน้าขยายสาขาใหม่ในปีนี้ที่ 25-30 สาขาตามแผนเดิมที่วางไว้ ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 900 ล้านบาท แบ่งเป็นสาขาไดรฟ์ทรู 50% และร้านนั่งรับประทาน 50% ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยหลังจากออกมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องสิ้นปีคาดว่าจะมียอดขายเติบโต 2 หลักตรงตามเป้าหมายที่วางไว้

แววคนีย์ อัสโสรัตน์กุลผู้จัดการทั่วไป เคเอฟซี ประจำประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัททำงานยากขึ้น เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย. ถือเป็นเดือนที่ลูกค้าใช้เงินมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดเยอะ

ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ต้องเห็นใจลูกค้ามากขึ้น ด้วยการเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด หรือทำโปรโมชั่นที่ถี่มากขึ้น จากเดิมจะจัดเดือนละ 1 ครั้ง เป็น 3 สัปดาห์ครั้ง

ขณะเดียวกัน ก็จะนำสินค้าเก่าที่ขายดี แต่ผลิตออกมาขายเฉพาะซีซั่น นำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้งเพื่อเพิ่มความหลากหลายและให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านเคเอฟซีมีสินค้าใหม่ และมีโปรโมชั่นเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

แววคนีย์ กล่าวอีกว่า การทำโปรโมชั่นตลอดเวลาจะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกถึงความตื่นเต้นหรืออยากซื้อสินค้า เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการออกสินค้าใหม่เข้ามาทดแทนการทำโปรโมชั่นในบางช่วงเวลาเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้น

ในส่วนของแผนการขยายร้านเคเอฟซีในปีนี้ บริษัท ยัมฯ จะเปิดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 45 สาขาภายใต้งบลงทุนรวม 1,300 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้เปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 10 สาขา ซึ่งหลังจากเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ร้านเคเอฟซีมั่นใจว่าสิ้นปีจะมียอดขายเติบโตตรงตามเป้าหมายที่ 10%

กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดในปีนี้ยังคงมีความรุนแรงและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแต่ละบริษัทต่างต้องการจะกระตุ้นยอดขายให้เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หลังจากสาหัสในครึ่งปีแรก ซึ่งความหวังสุดท้ายทุกรายฝากไว้คือครึ่งปีหลัง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล