
จี้สางปัญหาเขตศก.แม่สอด
เอกชนกระตุ้นรัฐเคลียร์ 3 ปัญหา หวังแจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดปีนี้
เอกชนกระตุ้นรัฐเคลียร์ 3 ปัญหา หวังแจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดปีนี้
นายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก เปิดเผยว่า การผลักดันตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแม่สอดยังล่าช้ามาก เนื่องจากยังติดขัดใน 3 ปัจจัยหลักซึ่งจะส่งผลต่อการลงทุนในพื้นที่ ได้แก่ การผ่อนปรนการใช้แรงงานต่างด้าว ที่ดิน และสิทธิประโยชน์ ซึ่งหากไม่เร่งสะสางอาจไม่สามารถผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้ ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังเจรจากับรัฐบาลพม่าเพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เกี่ยวกับการผ่อนปรนการใช้แรงงานต่างด้าวแบบเช้าไปเย็นกลับในพื้นที่ ซึ่งตามกำหนดเดิมมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องการให้แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่กระทรวงขอขยายเวลาไปอีก 90 วัน ทำให้บรรยากาศการลงทุนในพื้นที่ชะงัก เพราะนักลงทุนไม่มั่นใจว่าจะมีแรงงานพอหรือไม่
ขณะที่ด้านสิทธิประโยชน์ที่กำหนดให้เฉพาะนักลงทุนรายใหม่ คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ12-18 เดือน กว่าจะเห็นการลงทุนจริง แต่หากขยายสิทธิให้ครอบคลุมนักลงทุนรายเดิมในพื้นที่ เชื่อว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนในพื้นที่เร็วขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้พร้อมจะขยายการลงทุนอยู่แล้ว ซึ่งภาคเอกชนได้เสนอแนะผ่านสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปแล้วว่าอาจต้องประกาศเพิ่มเติมให้ครอบคลุมนักลงทุนเก่า โดยมีเงื่อนไขการลงทุนว่าต้องลงทุนเพิ่มอย่างน้อย 25% ภายในเวลาที่กำหนด
สำหรับเรื่องที่ดินยังมีปัญหาเรื่องการประกาศยกเลิกสิทธิในการใช้ที่ดินจำนวน 2,196 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 1.48 หมื่นไร่ ตามที่รัฐบาลกำหนดเปิดเป็นพื้นที่ให้เช่า เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ยอมให้ยกเลิกใช้สิทธิ เพราะส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาภาครัฐไม่ได้มาสำรวจพื้นที่จริงว่ามีพื้นที่ที่ชาวบ้านได้มาก่อนรัฐบาลประกาศเป็นป่าตามมติ ครม.จำนวนเท่าใด และปัจจุบันชาวบ้านมีเอกสารสิทธิจำนวนเท่าใด
“รัฐบาลต้องการให้เขตเศรษฐกิจพิเศษตากเกิดภายในเดือน ก.ย.นี้ แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้คงไม่ทันกำหนดแน่ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องลงมาดูปัญหาในพื้นที่จริงว่ามีอะไรบ้าง เพราะจากการประชุมแผนการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.ตาก ทั้ง 13 ครั้งที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจาก จ.ตาก เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องเอกชนในพื้นที่รวมตัวขับไล่ผู้ว่าราชการจังหวัดตากออกจากพื้นที่ว่า ภาคเอกชนพยายามสื่อให้รัฐบาลทราบว่าในพื้นที่มีปัญหาใดบ้าง โดยปัจจุบันภาคเอกชนและภาครัฐในพื้นที่ทำงานร่วมกันไม่ได้ ทำให้ไม่มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนนโยบาย
“ตัวเลขที่ทางจังหวัดเสนอว่ามีการลงทุนในพื้นที่แล้ว แต่ในความเป็นจริงเป็นการรายงานการลงทุนที่เกิดขึ้นปกติในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มห้างค้าปลีก เช่น บิ๊กซี และเทสโก้ โลตัส ซึ่งเป็นการลงทุนตามแผนของบริษัทอยู่แล้ว เพื่อรองรับการค้าชายแดน” แหล่งข่าวเปิดเผย







