
อุ้มโรงกลั่นฯยืดลดสำรองน้ำมัน
โรงกลั่นฯ ขอเวลาปรับตัวก่อนผู้ค้าเริ่มลดสำรองน้ำมันหวั่นมีปริมาณเหลือค้างรอขาย
โรงกลั่นฯ ขอเวลาปรับตัวก่อนผู้ค้าเริ่มลดสำรองน้ำมันหวั่นมีปริมาณเหลือค้างรอขาย
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันและผู้ค้าน้ำมันถึงนโยบายการปรับลดสำรองน้ำมันสำเร็จรูปตามกฎหมายจาก 7% เหลือ 1% ว่า ทางผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันได้ขอเวลาในปรับตัว 1-2 เดือนก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากส่งผล กระทบต่อการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันดิบที่มีสัญญาล่วงหน้าเพื่อรอการกลั่น ในขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปที่กลั่นออกมาจะมีปริมาณเหลือค้างต้องรอการจำหน่าย ซึ่งเป็นผลจากบริษัทน้ำมันลดการสั่งซื้อตามสัดส่วนสำรองน้ำมันที่ลดลง
“กรมธุรกิจพลังงานจะรวบรวมปัญหาต่างๆ มาพิจารณาถึงเหตุและผล ซึ่งหลักการการลดสำรองน้ำมันจะไม่มีผลต่อบริษัทน้ำมันหรือผู้ค้ามาตรา 7 เพราะในทางปฏิบัติสามารถปรับลดสำรองน้ำมันได้ทันที อาจไม่จำเป็นต้องให้เวลาปรับตัวก็ได้ ต่างจากการเพิ่มสำรองน้ำมันที่ต้องให้เวลาในการหาคลังน้ำมันเก็บสำรองไว้ แต่ครั้งนี้กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นโรงกลั่นน้ำมันมากกว่าในฐานะผู้จัดหาน้ำมันให้กับผู้ค้า ดังนั้นหากลดสำรองน้ำมันก็เท่ากับซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นลดลง ซึ่งจะพยายามหาข้อสรุปให้ได้ว่าจะให้เวลาในการปรับตัวมากน้อยแค่ไหนคาดจะได้คำตอบภายใน 1-2 สัปดาห์นี้” นายวิฑูรย์ กล่าว
สำหรับนโยบายการลดสำรองน้ำมันตามกฎหมายครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ต้องการให้ปรับลดสำรองน้ำมันสำเร็จรูปตามกฎหมายจาก 7% เหลือ 1% หรือจาก 43 วัน เหลือ 25 วัน เนื่องจากเห็นว่าปริมาณน้ำมันดิบในตลาดมีจำนวนมากและสามารถจัดหาได้ง่าย จากทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง ดังนั้นหากลดสำรองให้กับผู้ค้าน้ำมันจะทำให้เกิดสภาพคล่องน้ำมันในตลาดมากขึ้น เกิดการแข่งขันด้านราคาน้ำมัน โดยจะมีพื้นที่ถังเก็บน้ำมันเพิ่มมากขึ้นช่วยลดต้นทุน
ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกสามารถลดลงได้เฉลี่ยลิตรละ 9 สตางค์
“การลดสำรองน้ำมันอาจต้องให้เวลากับเอกชนในการปรับตัว แต่จะให้เวลากี่เดือนนั้นขอพิจารณาให้รอบคอบ คาดไม่เกิน 1-2 สัปดาห์จะสรุปได้” นายวิฑูรย์ กล่าว







