
กกร.ถกแก้ปมอุปสรรคการค้า
กกร.นัดถก 2 มิ.ย. เสนอแก้กฎหมายการค้า-ลงทุน ลดอุปสรรคช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
กกร.นัดถก 2 มิ.ย. เสนอแก้กฎหมายการค้า-ลงทุน ลดอุปสรรคช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย ส.อ.ท. และสมาคมธนาคารไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย. มีวาระสำคัญหลายเรื่องที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกร. ได้แก่ การพิจารณาข้อกฎหมายทางการค้าการลงทุนที่ยังเป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ตลอดจนติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจไทย
แหล่งข่าวจาก กกร. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม กกร.ครั้งนี้ ทางคณะอำนวยการด้านกฎหมายของ กกร. จะนำเสนอผลการพิจารณาข้อกฎหมายที่ต้องการให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งลดอุปสรรคของภาคเอกชน ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการเงิน เช่น การเลิกเก็บภาษีซ้ำซ้อน การลดภาษีนิติบุคคลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเสนอกฎหมายเพื่อลดการคอร์รัปชั่น
“ที่ผ่านมา กกร.ได้ให้ฝ่ายกฎหมายของแต่ละสถาบันไปศึกษาข้อกฎหมายที่ต้องการให้ สปช. และ สนช.แก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน ซึ่งในการประชุม กกร.ครั้งนี้ จะมีการหารือกันและสรุปกัน ว่า จะนำเสนอแก้ไขข้อกฎหมายใดบ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทุน เช่น กระบวนการพิธีการศุลกากร โดยจะเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผล กระทบต่อฐานะการคลังของภาครัฐและให้เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังว่ามีแนวโน้มอย่างไร โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งขณะนี้ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งจะหารือในที่ประชุมว่า กกร.ยังคงเป้าหมายการส่งออกไว้ที่ประมาณ 1% หรือไม่ ขณะที่ กกร.ยังคงคาดว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัว 3.5% เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งหากรัฐบาลสามารถแก้ไขในจุดนี้ได้ คาดว่าจะทำให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ที่ประชุมจะหยิบยกกรณีที่ไทยถูกสหภาพยุโรป (อียู) ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยหลายประเภท แต่ต้องรอผลสรุปการประชุมก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เช่น จะมีคำแนะนำให้เอกชนในการปรับตัวหรืออาจมีข้อเสนอไปยังภาครัฐให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง







