posttoday
หนี้กรีซป่วนตลาดระยะสั้น

หนี้กรีซป่วนตลาดระยะสั้น

02 มิถุนายน 2558

ปัญหาหนี้กรีซยังคงสร้างความวิตกต่อตลาดการเงินทั่วโลก ก่อนถึงกำหนดชำระหนี้งวดต่อไปให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

ปัญหาหนี้กรีซยังคงสร้างความวิตกต่อตลาดการเงินทั่วโลก ก่อนถึงกำหนดชำระหนี้งวดต่อไปให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

ความเชื่อมั่นต่อกรีซดูย่ำแย่ลงหลังจากมีข่าวว่า ปริมาณเงินฝากในธนาคารของกรีซได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี กดดันให้ธนาคารรายใหญ่ 2 แห่งของกรีซต้องพึ่งพาการระดมทุนจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มากขึ้น

หากกรีซผิดนัดชำระหนี้จนนำไปสู่การถอนตัวออกจากยูโร ย่อมสร้างความผันผวนระยะสั้น และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ ECB โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพอย่างไรก็ดีขนาดของผลกระทบยังอยู่ในระดับที่ ECB รับมือได้

ECB ถือครองพันธบัตรกรีซจากการเข้าซื้อในตลาดรอง โดยมีมูลค่าหน้าตั๋วราว 1.8 หมื่นล้านยูโร หรือคิดเป็น 0.2% ของ GDP ยูโรโซน และยังปล่อยกู้เสริมสภาพคล่องให้ธนาคารในกรีซอีก 3.85 หมื่นล้านยูโร หรือคิดเป็น 0.4% รวมแล้ว ECB อาจขาดทุน 5.65 หมื่นล้านยูโร คิดเป็น 0.6%

นอกจากนั้น กรีซยังสามารถขอเลื่อนการชำระหนี้ IMF ไปได้อีกระยะหนึ่ง เพื่อให้มีเวลาเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้

สรุปว่า ECB ยังสามารถรับมือปัญหาหนี้กรีซได้ และ 5 มิ.ย.นี้ ยังไม่ใช่เส้นตายนอกเหนือจากเรื่องหนี้กรีซ ตลาดยังให้ความสนใจตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อการคาดการณ์จังหวะการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดเมื่อวันศุกร์มีรายงาน GDP สหรัฐหดตัว 0.7% ในไตรมาสแรก จากที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าขยายตัว 0.2%

อย่างไรก็ดี ตัวเลขยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดก่อนหน้านี้ว่า GDP จะหดตัว 1% ในไตรมาสแรก และมองว่าเฟดน่าจะยังคงไม่เปลี่ยนท่าทีต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ในสัปดาห์นี้จะมีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่งอาจสะท้อนทิศทางดอกเบี้ย

หุ้นพลังงานโน้มเหวี่ยงตามราคาน้ำมันโลก น้ำมันเบรนต์พุ่งเกือบ 3 เหรียญสหรัฐ มาปิดที่ 65.56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในวันศุกร์ หลังมีรายงานผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐลดการขุดเจาะลงอย่างมากในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานล้นตลาดลงไปได้

ตลาดน้ำมันยังจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปก วันที่ 5 มิ.ย.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าโอเปกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ วกกลับมาในประเทศ ธุรกิจการบินโดยเฉพาะ AOT ได้ข่าวดี หลัง รมว.คมนาคม เผยว่า กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) ผ่อนปรนให้สายการบินของไทยทำการบินภายใต้เงื่อนไขเดิม

ขณะที่หุ้นรับเหมาฯ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟไทย-ญี่ปุ่น ไทย-จีน รวมถึงรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล

ช่วงต้นสัปดาห์นี้จะมีรายงานเงินเฟ้อของไทยในเดือน พ.ค. ซึ่งถูกคาดว่าจะติดลบต่อเนื่อง เมื่อรวมกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการมาก ทำให้มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน จะพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมวันที่ 10 มิ.ย.

สรุปว่า ความปั่นป่วนจากหนี้กรีซ รวมถึง Valuation หุ้นไทยที่จะยังไม่ถูก จะกดดันตลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ดีสภาพคล่องท่วมทั้งในและต่างประเทศจะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง ขณะที่มีการปรับนโยบายการเงิน การคลัง และอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะต้องใช้เวลาอีก 3-6 เดือนขึ้นไป ดัชนีหุ้นจึงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,480-1,520 จุด ระหว่างนี้จึงต้องใช้กลยุทธ์ “ขึ้นขาย ลงซื้อ” และยังสามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัวได้

พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท