
ผุดคอมมูนิตี้มอลล์ผู้สูงอายุ
ทุนไทยจับมือญี่ปุ่น ทุ่ม 400 ล้านบาท เปิดคอมมูนิตี้มอลล์ จ.เชียงใหม่ เจาะผู้สูงอายุ
ทุนไทยจับมือญี่ปุ่น ทุ่ม 400 ล้านบาท เปิดคอมมูนิตี้มอลล์ จ.เชียงใหม่ เจาะผู้สูงอายุ
นายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธาน บริษัท ฮอสปิกา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับผู้ประกอบการญี่ปุ่นลงทุนโครงการสำหรับเจาะกลุ่มผู้สูงอายุในชื่อ ฮอสปิกา วิลล่า (Hospica Villa) มูลค่า 300-400 ล้านบาท ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยวางรูปแบบให้เป็นโครงการแบบคอมมูนิตี้มอลล์ที่
ครบวงจร ประกอบไปด้วย อาคารให้บริการทางการแพทย์ อาคารที่พักอาศัยแบบวิลล่า และโรงแรม เจาะกลุ่มผู้สูงอายุชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพักอาศัยในไทยช่วงวัยเกษียณ
ทั้งนี้ ในโครงการ ฮอสปิกา วิลล่า มีบริการครบวงจรสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้กลุ่มลูกค้าได้รับความสะดวกมากที่สุด โดยการลงทุนระยะแรก (เฟส 1) จะเริ่มก่อสร้างใน 6 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2559 ซึ่งในเฟสแรกประกอบด้วยอาคารฮอสปิกา ที่เป็นบริการทางการแพทย์มีหมอและพยาบาลทำหน้าที่ดูแลสุขภาพ มีห้องพักรวม 60 ห้อง อาคารวิลล่า และโรงแรมระดับบน เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเข้ามาพักเพื่อมาเยี่ยมญาติหรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการเข้ามาทดลองอยู่
สำหรับผลการสำรวจในเบื้องต้นมีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นต้องการเข้ามาอยู่ใน จ.เชียงใหม่ จำนวนมาก เพราะชื่นชอบเชียงใหม่ที่มีภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดี มีความปลอดภัย มีความสะดวกในการเดินทาง และเลือกเชียงใหม่เป็นบ้านหลังที่สอง รวมทั้งเชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยว และสนามกอล์ฟที่รองรับลูกค้าต่างชาติ โดยพื้นที่โครงการมีประมาณ 45 ไร่
นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนไทยที่สนใจมาร่วมทุนกับบริษัท เพื่อลงทุนสร้างที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุคนไทยใน จ.เชียงใหม่ เพราะพื้นที่มีศักยภาพ โดยอาจจะหลังจากโครงการ ฮอสปิกา วิลล่า แล้วเสร็จ นอกจากนี้เชียงใหม่ยังเป็นโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มใหม่ที่จะมาทำธุรกิจและบริการสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะตลาดกำลังเติบโต
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้วผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรรวม 64.5 ล้านคน โดยเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.4 ล้านคน คิดเป็น 14.5% ของประชากร เพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนคน คาดว่าปี 2568 ไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในจำนวนผู้สูงอายุจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด และตลาดทั่วโลกก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นโอกาสของเอกชนที่จะหันมาผลิตสินค้าเพื่อเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ







